บันทึกเดินทาง กวางสี กุ้ยหลิน PDF Print E-mail
User Rating: / 3
PoorBest 
MTC Mission
Tuesday, 27 July 2010 11:48

บันทึกการเดินทางไปทัศนศึกษามณฑลกวางสี, เมืองหนานหนิง และกุ้ยหลิน ประเทศจีน  โดย อ.บรรพต เมฆสถาพรกุล (ศุกร์ 28 พค. – พุธ 2 มิย. 2010)

            คณะทัวร์ครั้งนี้มี 42 คน นำทีมโดย อ.ก่อศักดิ์ ธรรมเจริญกิจ (บรรณาธิการบริหาร วารสารจีนไทย สองภาษารายเดือน) และคุณอรุณี(หยง) ออกเดินทางเช้าวันศุกร์ที่ 28พค.2010 ด้วยสายการบินไชน่าเซาธ์เทิร์นแอร์ไลน์ เวลา 08:40 น ถึงสนามบินกวางเจา และได้เปลี่ยนเครื่องบินเดินทางต่อไปที่เมืองหนานหนิงเมืองหลวงของมณฑลกวางสี แล้วเดินทางไปที่พักโรงแรม Heng Sheng ระหว่างทางอ.ก่อศักดิ์ ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเมืองจีนต่างๆมากมาย สมกับเป็นผู้รอบรู้ประวัติศาสตร์ของชาติจีนย้อนกลับไปหลายพันปีทีเดียว คนขับรถบัสที่เช่ามาจากกุ้ยหลินและไกด์คนจีนชื่อบิ๊ก ไม่ค่อยชำนาญเส้นทางที่หนานหนิง กว่าจะถึงที่พักและทานอาหารเย็นก็ใช้เวลาเกือบ2ชั่วโมง นี่ดีว่าศจ.บุญอิทธิ์ได้ให้คำแนะนำแก่พวกเราให้อภัยไว่ก่อน จึงพอทนกันได้

            วันรุ่งขึ้น เสาร์ 29 พค.2010 เช้าเดินทางไปชมภูเขาชิงซิ่ว หรือ เขาเขียว ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหนานหนิง 10 กม. หันหน้าสู่แม่น้ำยง เขียวชอุ่มตลอด 4 ฤดู ตอนแรกตั้งใจจะไปเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยชนชาติกลุ่มน้อยกวางสี แต่เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยไม่สะดวก จึงไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์โบราณคดีหนานหนิง พบสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของชนกลุ่มน้อยชาวจ้วง ปัจจุบันมีประมาณ 18 ล้านคน ถือว่าเป็นชนกลุ่มน้อยที่ใหญ่ที่สุดของจีน (จีนมีชาวฮั่น~93% = 1,200ล้านคน, มีชนกลุ่มน้อย~7% = 100 ล้านคน และรัฐบาลจีนอนุญาตให้ชนกลุ่มน้อยมีลูกได้สองคน) ช่วงบ่ายไปเยี่ยมหมู่บ้านโบราณหยางเหม่ย ที่มีอายุยาวนานนับพันปี ชาวบ้านมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่อยู่เรียบง่าย ตัวอาคารบ้านเรือนมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่ยังคงความเก่าแก่ไว้ได้ ได้พบกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นนักศึกษา เมื่อรู้ว่าพวกเรามาจากเมืองไทย ต่างตื่นเต้นดีใจที่จะมีโอกาสได้พูดคุยภาษาไทย หลายคนเรียนได้ภาษาไทย ตกค่ำหลังอาหารเย็นมีโอกาสได้ไปเที่ยวห้างสรรพสินค้าทันสมัยในเมืองหนานหนิง ที่เน้นวัยรุ่นโดยเฉพาะ 

            เช้าวันอาทิตย์ 30 พค.2010 ไปร่วมนมัสการที่คริสตจักรหนานหนิงก่งเหอถัง (ซึ่งแบ่งการนมัสการเช้าเป็น3รอบ รอบละประมาณ200-300คน พวกเรามีโอกาสถวายเพลงพิเศษ สร้างความตื่นเต้นดีใจแก่พี่น้องที่นั่นเป็นอย่างมาก บรรยากาศเต็มไปด้วยมิตรภาพที่อบอุ่น จากนั้นไปเดินทางไปชมศูนย์ประชุมแห่งเมืองหนานหนิง ที่ใช้เป็นสถานที่จัดการประชุมมหกรรมอาเซี่ยน รอบๆเห็นบรรยากาศตัวเมืองหนานหนิงที่มีตึกสูงโดยรอบ ช่วงบ่ายเดินทางจากหนานหนิงไปเมืองกุ้ยหลิน ใช้เวลาประมาณ 5 ชม.

ระหว่างทางได้เห็นบรรยากาศของท้องทุ่งนาสลับภูเขาเขียวขจี และลำน้ำ อันเป็นลักษณะเฉพาะตัวของกุ้ยหลิน ได้เข้าพักที่Jin-Tong Guilin Hotel ในคำคืนนั้นได้เดินไปเที่ยวถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยซุ้มขายสินค้าราคาถูกนานาชนิด

            วันจันทร์ 31 พค.2010 ช่วงเช้าไปชมถ้ำขลุ่ยอ้อ (หลู่ตี๋เอี๋ยน) เป็นถ้ำระดับ VIP ของกุ้ยหลิน   ซึ่งเกิดจากทางน้ำใต้ดินโบราณ ความยาวจากทิศเหนือ-ใต้ราว 50-90 เมตร และจากทิศตะวันออก-ตะวันตก 240 เมตร มีหินงอก หินย้อยที่สมบูรณ์สวยงามตื่นตาตื่นใจ จนได้ชื่อว่าเป็นวังศิลป์แห่งธรรมชาติก่อนเที่ยงแวะร้านขายยาเป่าซู่ถัง, มียาบัวหิมะกอเอี๊ยะเสริมกระดูกที่มีชื่อเสียงของกุ้ยหลิน ช่วงบ่ายเดินทางไปเมืองหยางซั่ว เพื่อล่องเรือตามสายน้ำลี่เจียง ชมวิวทิวทัศน์ระหว่างสองฝั่งลี่เจียง ที่ได้ชื่อว่าดินแดนเทวดาบนแผ่นดินโลกพวกเรามีโอกาสถ่ายรูปคู่สมรส ที่หัวเรือ โดยมีฉากหลังเป็นลำน้ำลี่เจียงและทิวเขาสองฝั่งน้ำ สร้างบรรยากาศที่น่าโรแมนติกอย่างยิ่ง ตกค่ำได้ไปชมการแสดงอิ้นเซี่ยงหลิวซานเจี่ยที่กำกับโดยจางอี่โหมว ผู้กำกับมือหนึ่งของจีน เป็นการแสดงที่ใช้คนท้องถิ่น600คนมาฝึกฝน เพื่อถ่ายทอดชีวิตความเป็นอยู่ของชนชาวจ้วง มณฑลกวางสี แสดงให้เห็นถึงความผสมกลมกลืนระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ จนได้ชื่อว่าเป็นผลงานชิ้นเยี่ยมจากความร่วมมือกับพระเจ้าแล้วไปเดินที่ถนนซีเจียหรือ ถนนฝรั่ง ถนนสายโบราณประจำเมืองหยางซั่ว ปูด้วยหินอ่อนและอาคารอันคลาสสิก และซื้อสินค้านานาชนิดสองข้างถนน

            วันอังคาร 1 มิย.2010 เดินทางกลับไปกุ้ยหลิน  ระหว่างทางไปชมถ้ำปลาที่ใหญ่ที่สุดในเอเซีย มีแม่น้ำในถ้ำ ผ่านภูเขา9ลูก ภายในถ้ำมีความงดงามและอลังการมาก ตอนออกต้องล่องเรือออกมาตามแม่น้ำในถ้ำ ตอนบ่ายไปเที่ยวเมืองลับแล ที่รวบรวมเอาคนชนกลุ่มน้อยต่างๆของกวางสี มาตั้งรกรากอาศัยอยู่รอบๆทะเลสาปนกนางแอ่นทำให้เห็นความหลากหลายทางวัฒนธรรมของคนกลุ่มน้อยเหล่านั้น

            วันพุธ 2 มิย.2010 ตอนเช้า ไปชมสวนต้นไทร ที่ภูเขาฟูปัว เป็นสถานที่ชมวิวที่มีชื่อเสียงของเมืองกุ้ยหลิน  มีบรรยากาศที่ร่มรื่น รอบๆภูเขาตั้งอยู่ริมแม่น้ำ หลังจากนั้นได้ไปร้านขายไข่มุก ก่อนที่จะเดินทางกลับกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ

            การไปทัศนศึกษาเมืองจีนในครั้งนี้ ทำให้เกิดภาระใจที่จะอธิษฐานเผื่อคนจีนที่ โดยเฉพาะชนชาวจ้องที่มีบรรพบุรุษใกล้ชิดกับคนไทย จะมีโอกาสได้ยินได้ฟังข่าวประเสริฐแห่งความรอดในพระเยซูคริสต์ ขอพระเจ้าทรงโปรดนำพาให้ไมตรีจิตมีส่วนในการนำพระกิตติคุณไปสุดปลายแผ่นดินโลก....