ข้อมูลของคณะมิชชั่น
| มิชชั่นเทอมสั้นแม่สาย 2010 |
|
|
|
| MTC Mission | |||
| Friday, 02 July 2010 23:29 | |||
|
บันทึกการเดินทางทีมแม่สาย (ฉบับย่อ) 18-24 เมษ.10 ผู้ร่วมทีม อ.สมร เชอร์รี่ หนุ่ม เติ้ล เมษ ค๊อบ วิว เฟริ์น กับจุดประสงค์ของแต่ละคนที่แม้จะแตกต่างแต่ก็ไม่ทำให้แตกแยกกับการได้ร่วมรับใช้ในมิชชั่นทีมแม่สายนี้ เราเดินทางตอน 19.30 น.พอถึงแม่สายก็มีอ.รอดซึ่งเป็นผู้ช่วยศบ. คจ. ไมตรีจิตแม่สายมารอรับ หลังทานมื้อแรกแล้วเราแบ่งเวรกันทำงานเพื่อจะไม่เป็นภาระกับคริสตจักรท้องถิ่นมากเกินไปและเป็นการฝึกความรับผิดชอบร่วมกัน จากนั้นก็เตรียมงานทั้งเพลงและท่าเต้น การสอนต่างๆ ถึงจะเป็นการมามิชชั่นทีมเป็นครั้งแรกของบางคนแต่ทุกอย่างก็ค่อยๆผ่านไปด้วยดี ทีมเรามีทั้งหมด 8 คน เราจึงแบ่งน้องที่มาเรียนทั้ง 60 คนเป็นห้องเด็กเล็ก 2 ห้องมี อ.สมรกับเติ้ลและเมษกับวิว และเด็กโต 2 ห้อง อ.เชอร์รี่กับค๊อบและหนุ่มกับเฟิร์น หลังจากการเตรียมงานเราไปเดินดูชุมชนรอบๆคจ.ก็ได้อ.รอดพาไปเยี่ยมสมาชิกที่อยู่ละแวกนั้น และแวะชื้อกับข้าวเป็นอาหารท้องถิ่นสำหรับมื้อเย็นนั้นด้วย 20 เมษ.10 เราเริ่มเช้าวันใหม่ด้วยการร้องเพลงและนมัสการด้วยกัน พระเจ้าทงสอนเราเกี่ยวท่าทีในการรับใช้ว่าเม่แยงแต่สอนน้องๆตามบทเรียนเท่านั้แต่เราต้องมีชีวิตทีสอดคล้องกับบทเรียนที่กำลังสอนด้วย เช่น ทิ้งนิสัยเก่า ไม่ทะเลาะกัน ใช้คำพูดที่ดี น้องๆหลายคนยังอ่านหนังสือไม่คล่อง เพลงก็อาจจะยากไปสักหน่อย บทเรียนไม่เพียงพอ การทำการฝีมือในวันแรกก็ยังไม่เข้าที่ แต่อุปสรรคเหล่าทำให้เรามีความพยายามมากขึ้น ในช่วงเย็นวันนี้เราได้เรียนคำทักทายเป็นภาษาอาข่าว่า “อู-ดู-ทา-มา แปลว่า สวัสดี” แต่พอจะพูดจริงๆเราก็ลืมกันหมดแล้ว พี่น้องอาข่ากลุ่มนี้เป็นคริสเตียนที่อาศัยอยู่ในบริเวณสปก. ซึ่งเป็นโบสถ์ลูกของ คจ.ไมตรีจิตแม่สาย หนุ่มๆของเราได้ไปเตะบอลกับเด็กๆในโบสถ์กันอย่างสนุกสนาน จบท้ายมื้อเย็นที่ชายแดนแม่สายแล้วพักผ่อน 21 เมษ.10 เช้านี้เรานมัสการ อ่านเนื้อหาจากมานาประจำวัน ซึ่งเนื้อหาวันนี้มาจาก เอเฟซัส 2.1-10 อาจดูไม่น่าประหลาดใจ ถ้าพระธรรมตอนนี้ไม่ใช่เนื้อหาที่เราเพิ่งจะสอนน้องที่แม่สายไปเมื่อวาน เราเชื่อว่าพระเจ้าทรงกำหนดหน้าที่ที่เราจะต้องรับผิดชอบร่วมกันที่นี่ไว้ล่วงหน้า และเราจะทำหน้าที่นี้อย่างดีที่สุดเพื่อถวายเกียรติแก่พระเจ้าของเรา วันนี้เราต้องปรับเปลี่ยนการสอนและระเบียบนิดหน่อย และกิจกรรมของวันนี้คือการเพ้นต์กระเป๋า เด็กชอบกิจกรรมนี้ที่ไม่ยากเกินไปและตั้งใจทำจึงเสร็จตามกำหนดและเราก็ให้น้องทวนเพลงและเล่นเกมส์อย่างสนุกสนาน เราสังเกตว่าน้องชอบเกมส์ที่ได้ออกแรงมากกว่าเกมส์ที่ต้องใช้ความคิด ก็เลยต้องคิดเกมส์ให้เหมาะกับความสนใจของน้องๆด้วย ช่วงพักวันนี้ บางคนไปเที่ยวตลาดใหญ่ในเมือง บางคนขอพักเพราะเริ่มมีอาการไม่สบาย เริ่มด้วย อ.สมรตามด้วยเชอร์รี่และอีกหลายที่เหนื่อยจนเห็นได้ชัด 22 เมษ.10 เช้านี้เราร้องเพลงนมัสการด้วยกัน 2 เพลง เนื่องจากอ.สมรยังไม่มีเสียงและอ.เชอร์รี่ยังไม่หายดี ขอบคุณพระเจ้าที่เห็นชัดว่าอนุชนของเรากล้าที่จะออกมายืนอยู่ข้างหน้าในฐานะผู้นำมากขึ้น เด็กๆแม่สายสนุกกับเพลงและร้องเพลงได้ทั้งหมดแล้ว เราดีใจมากที่เราไม่ได้ถอดใจกลาง เราให้เด็กประกวดท่องข้อพระคัมภีร์ชิงรางวัลพิเศษ เปิดโอกาสให้น้องๆเต้น B-BOY ตามสไตร์ที่พวกเขาชอบ ขอบอกว่าเด็กๆเต้นเก่งมากน่าสนับสนุนอย่างยิ่งเสียดายที่ไม่ได้ถ่ายคลิปวีดีโอเก็บไว้ เมื่อเด็กๆกลับบ้านแล้วอนุชนที่คริสตจักรไมตรีจิตแม่สายก็มาชวนเราให้ไปเที่ยวน้ำตกด้วยกัน พวกเรากว่าสามสิบคนเบียดขึ้นรถสองแถวคันเดียวจนหมด เดินทางไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็มาถึงน้ำตก บรรยากาศที่นี่สงบดีมีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นสบายตา อย่างที่น้องหลายคนฝันไว้ หนุ่ม เติ้ล เมษ ค๊อบ เฟิร์น ลงไปเล่นน้ำกับน้องอนุชนกันอย่างสนุกสนาน เหลืออ.สมร อ.เชอร์รี่ กับวิว นั่งเฝ้าของ จากนั้นเราก็ไปทานช้าวตามนัดที่หมู่บ้านพี่น้องอาข่าด้วยกันโดยมีมิชชั่นทีมจากไมตรีจิตท่ากอซ้อมาร่วมเปิบคั่วแห้งอาขื่อด้วยกันเป็นครั้งแรกในชีวิต หลังจากที่กลับมาถึงที่พัก อ.เชิดชายก็ให้เราทั้งสองทีมมาประชุมประเมินผลการทำงานมิชชั่นร่วมกัน การประชุมเป็นไปด้วยดี หลายคนสะท้อนความประทับใจ สิ่งที่ได้เรียนรู้ พระพร และประสบการณ์ใหม่จากการมามิชชั่นทีม 23 เมษ.10 วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราอยู่ที่นี่ด้วยกัน ไม่มีการสอน ไม่มีกิจกรรม หลายคนเลยได้นอนตื่นสายกว่าทุกวัน ก่อนที่จะถึงเวลาที่จะต้องเดินทางกลับเราแวะช้อปที่ท่าขี้เหล็ก แล้วก็ถึงเวลาที่ต้องบอกลาแม่สายบางคนนอนหลับตั้งแต่ขึ้นรถ คงเป็นเพราะเหนื่อย 24 เมษ.10 เรามาถึงกรุงเทพฯประมาณตีสี่ครึ่ง ขอบคุณพระเจ้าสำหรับการปกป้องคุ้มครองดูแลเราตลอดการเดินทาง ขอบคุณสำหรับบทเรียนและประสบการณ์ที่ให้เราได้เรียนรู้ผ่านมิชชั่นทีมในครั้งนี้ ขอบคุณที่ทรงสถิตกับเราและสอนเราให้รับใช้พระองค์ ขอบคุณพระเจ้า...อาเมน ประสบการณ์ที่ได้รับจากการไปมิชชั่นทีม อ.สมร...ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆกับการมิชชั่นทีมทุกครั้งถึงแม้ว่าครั้งจะป่วยแต่ก็สู้เต็มที่ อ.เชอร์รี่...นี่เป็นการนำมิชชั่นทีมครั้งแรกของรี่และเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงนำและช่วยเราในสิ่งที่เราไม่สามารถทำได้ ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงรักเราและสอนให้เรารักทุกคนที่พระองค์ทรงรักด้วยความรักของพระองค์ หนุ่ม...มิชชั่นแม่สายครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่ได้ใช้ของประทานในการเล่นกีต้าและยังเปิดโอกาสให้ได้สอน ได้นำเกมส์ ยังได้คุยกับน้องๆมากขึ้นและที่สำคัญที่สุด ทำให้หนุ่มได้ไปเที่ยวต่างประเทศ (พม่า) เป็นครั้งแรกในชีวิตอีกด้วย เติ้ล...มามิชชั่นครั้งนี้ทำให้กล้าเล่าเรื่องของพระเจ้ามากขึ้น ได้พัฒนาตัวเองในด้านการนำกิจกรรม การสอน การนำเพลง ถึงน้องจะซน แต่ก็สนุก เมษ...ประทับใจความน่ารักของเด็กๆ สอนให้เมษอดทนกับเด็กมากขึ้น โดยให้พระเจ้านำทุกงานที่ทำเพื่อถวายเกียรติแก่พระองค์...เสียดายที่มิชชั่นสั้นเกินไป สนิทกับเด็กได้วันที่ 3 ก็ต้องกลับซะแล้ว ค๊อบ...มามิชชั่นทำให้ได้มีโอกาสสอนพระคัมภีร์กับเด็ก ซึ่งทำให้เข้าใจงานของมิชชันนารีและรู้ตัวว่าเรายังต้องฝึกอีกมาก ต้องเตรียมตัว ต้องอดทน จะเปลี่ยนตัวเองให้เป็นแบบอย่างกับคนอื่นให้ได้ วิว... มาที่นี่ เหมือนพระเจ้าสอนวิวว่า ลองมารับใช้พระเจ้าบ้างนะ ปกติปิดเทอมก็เล่นคอม ฟังเพลง พอได้มารับใช้พระเจ้ากับมิชชั่นทีมกลับรู้สึกสนุก และอยากมารับใช้อีก เฟิร์น... การมามิชชันสอนรู้ว่าตัวเองมีคุณค่า สามารถแบ่งปันความรักให้เด็กๆ ทั้งที่ตอนแรกไม่คิดว่าจะทำได้...มิชชั่นสอนให้เฟิร์นกล้าแสดงออกและเข้ากับคนอื่นได้มากขึ้น และมิชชั่นทีมปีนี้ก็สนุกมากๆ...ยังไม่อยากกลับเลย
บันทึกการเดินทางทีมแม่สาย (ฉบับเต็ม) 18 เมษายน 2010ความคาดหวังของทีมก่อนออกเดินทาง อ.สมร...ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าจะไป แต่เห็นว่ามีน้องมาสมัครมากมาย ก็เลยคิดว่าจะช่วยอีกนำอีกทีมหนึ่ง แต่ก็จะเหมือนออกทีมทุกครั้งว่าลูกทีมของเราต้องไม่กลับมามือเปล่า เช่นเอาพระพรกลับมาด้วยไงคะ ได้มีประสบการณ์ใหม่ๆในชีวิต ได้รักพระเจ้ามากขึ้นเมื่อพวกเขาได้เห็นกลุ่มคนที่มีชีวิตแตกต่างจากพวกเขาอ.เชอร์รี่...อยากให้น้องอนุชนรู้จักมิชชันอย่างแท้จริง อยากเป็นแบบอย่างให้น้องทั้งด้านการสอนและชีวิต เพื่อน้องจะสามารถสอนและเป็นแบบอย่างกับเยาวชนในท้องถิ่นต่อไปหนุ่ม...อยากได้ประสบการณ์ใหม่ๆกับงานมิชชั่น ได้แบ่งปันของประทานให้คนอื่น และได้เที่ยวแบบธรรมชาติเติ้ล...ต้องการประกาศให้น้องๆได้รู้เรื่องของพระเจ้าและให้เรื่องราวของพระเจ้าฝังลึกลงในจิตใจของน้องๆเมษ...อยากเรียนรู้งานมิชชันในแบบของไมตรีจิตค๊อบ...อยากเรียนรู้ประเพณี วัฒนธรรม ภาษา วิถีชีวิตของชาวบ้านและมิชชันนารีในภาคเหนือ อยากรับใช้มากขึ้น อยากให้น้องได้รู้เรื่องพระเจ้าและได้รับความรอด ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ฝึกความอดทน และมีชีวิตที่เป็นพระพรวิว...อยากให้น้องได้รับสิ่งดีและนำสิ่งที่เราสอนไปใช้ในชีวิตเฟิร์น...อยากรู้จักและทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่นมากขึ้น...อยากสอนให้น้องเข้าใจ และกล้าแสดงออกมากขึ้น 19 เมษายน 2010 เราเดินทางด้วยรถทัวร์สยามเฟิร์ส VIP ออกจากวัดเสมียนนารีตอน 19.30 น.ถึงขนส่งแม่สาย 7.20 น. โดยมี อ.รอดซึ่งเป็นผู้ช่วยศิษยาภิบาลคริสตจักรแม่สายมารอรับอยู่แล้ว เมื่อไปถึงอ.รอดให้เราไปเก็บข้าวของส่วนตัวที่ห้องพักก่อนลงมากินข้าวต้มหมูพร้อมกัน เช้านี้ดูน้องๆยังกินข้าวไม่ค่อยลงอาจเป็นเพราะเหนื่อยจากการเดินทาง เราแบ่งเวรกันล้างจานเพื่อจะไม่เป็นภาระกับคริสตจักรท้องถิ่นมากเกินไปและเป็นการฝึกความรับผิดชอบร่วมกัน จากนั้นจึงนัดเตรียมงานพร้อมกันที่ห้องประชุมตอน 9.00 น.ทุกคนก็มาพร้อมกันด้วยความยินดี การซ้อมอาจจะยากนิดหน่อยตรงที่คนในทีมยังไม่คุ้นเคยกับทั้งบทเรียนและเพลงประกอบการสอน อีกทั้งหลายคนในทีมยังมาร่วมทีมมิชชันเป็นครั้งแรก จึงยังไม่ค่อยมีความมั่นใจ แต่สิ่งดีก็คือ ทุกคนมีความตั้งใจเต็มที่ที่จะรับใช้พระเจ้าร่วมกัน เราซ้อมเพลงกันหลายรอบเพราะร้องยังไงก็ร้องไม่ถูกตัวโน๊ตสักที จึงต้องยอมร้องแบบที่เราร้องได้ให้ผิดน้อยที่สุดจากนั้นก็ซ้อมท่าเต้น ถึงจะเขินๆแต่เอาก็เอา ประมาณ 10.20 น.อ.สมรก็มาสมทบ เราจึงเริ่มทบทวนบทเรียนที่จะสอนในวันต่อๆไป และแบ่งหน้าที่การสอน ทีมเรามีทั้งหมด 8 คน คาดการไว้ว่าจะแบ่งห้องเรียนเป็น 4 ห้อง เด็กเล็ก 2 ห้อง ห้องแรก อ.สมรกับเติ้ล และห้องที่สอง เมษกับวิว เด็กโต 2 ห้อง ห้องแรก อ.เชอร์รี่กับค๊อบ และห้องที่สอง หนุ่มกับเฟิร์น แต่พอได้รายชื่อมาก็ทำให้ตกใจมาก เพราะในรายชื่อที่คริสตจักรนำมาให้ปรากฏว่าเด็กโตสุดอายุแค่ 8 ขวบ แถมจากที่คาดการไว้ว่าจะมีเด็กมาเรียน 60 คนกลับมีเด็กมาสมัครเรียนเพียง 40 คนเท่านั้น แต่เราก็ยังคิดว่าจะแบ่งห้องเรียนเป็น 4 ห้องเหมือนเดิมเพื่อทุกคนจะมีโอกาสได้สอน จากนั้นเราจึงแบ่งบทเรียนให้แต่ละคนรับผิดชอบในแต่ละวันเพื่อเตรียมการสอนล่วงหน้า และแบ่งหน้าที่คนนำเพลง คนสอนท่าเต้นประกอบเพลง และคนนำกิจกรรม หลังจากที่แบ่งอะไรเรียบร้อยก็ช่วยกันจัดและทำความสะอาดห้องประชุมด้วยกัน ก่อนไปกินข้าวเที่ยง หลังอาหารเที่ยงเราก็ว่าง จึงไปชวนอนุชนในคริสตจักรไมตรีจิตแม่สายให้นำทางไปเดินดูชุมชนรอบๆคริสตจักร พออ.รอดรู้ก็อาสาพาเราไปเยี่ยมสมาชิกที่อยู่ละแวกนั้นด้วย เราเดินดูชุมชนกันตั้งแต่บ่ายจนถึงบ่ายสามโมงกว่าๆ แต่เพราะอากาศร้อนมาก จึงเยี่ยมเยียนสมาชิกได้เพียง 2 ครอบครัว พอกลับมาถึงโบสถ์ก็ชวนกันเดินไปตลาดสดที่ขายอาหารท้องถิ่นที่อยู่ใกล้ๆ ได้อาหารพื้นเมืองมาเป็นอาหารว่างและได้ผักหลายอย่างมาเป็นอาหารเย็น เราสนุกกับการกินอาหารพื้นเมือง เรียนรู้ภาษาของคนท้องถิ่น (ภาษาอาข่า) และได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของคนพื้นเมือง ระหว่างที่เรากินอาหารเย็นกลางแจ้งร่วมกันอยู่ที่กลางสนาม ฝนก็ตกอย่างหนักทำให้ต้องย้ายของกันชุลมุนวุ่นวายใหญ่ แต่ก็ต้องขอบคุณพระเจ้าสำหรับสายฝนนี้ ที่ทำให้เราๆได้นอนหลับเย็นสบายตลอดคืน 20 เมษายน 2010 เช้านี้เรานัดเข้ากลุ่มด้วยกันตอน 7.00 น. ทุกคนมาตรงเวลา โดยเฉพาะอนุชนผู้ชาย มาก่อนเวลาซะอีกน่าชื่นชมมาก เราร้องเพลงนมัสการด้วยกันและใช้มานาประจำวันเป็นแนวทางในการเข้ากลุ่ม เนื้อหาในวันนี้มาจาก มัทธิว 23.1-13 ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับท่าทีของธรรมาจารย์และฟาริสีที่เป็นผู้สอนธรรมบัญญัติของพระเจ้าดูเหมือนพระเจ้ากำหนดพระธรรมตอนนี้ไว้เพื่อเตือนใจเราก่อนการรับใช้ว่า “เราไม่เพียงมาสอนบทเรียนให้น้องๆที่นี่เท่านั้น แต่เราต้องมีชีวิตที่สอดคล้องกับบทเรียนที่เรากำลังสอนอยู่ด้วย นั่นหมายความว่า เมื่อเราสอนบทเรียนบุตรของพระเจ้าที่ต้องให้น้องๆท่องข้อพระคัมภีร์ ทิ้งนิสัยเก่า มีนิสัยใหม่ ต้องไม่ทะเลาะกัน ไม่ด่ากัน หรือสอนอะไรก็ตาม เราเองต้องทำด้วย ไม่ใช่สักแต่สอนอย่างเดียว” หลังเข้ากลุ่มเรากินข้าวเช้าด้วยกัน เป็นอาหารเช้าที่หนักมาก ข้าวเหนียวสองกิโลกับน้ำพริก และอาหารพื้นเมืองอีกสองสามอย่าง แต่ก็หมดเกลี้ยง เด็กเริ่มทยอยมากันตั้งแต่เรายังกินข้าวไม่เสร็จก็ปล่อยให้เล่นกันไปตามประสา จน 9.00 น. เราจึงเข้าห้องประชุมเพื่อเริ่มกิจกรรมตามกำหนดการ วันแรกเราตั้งใจว่าจะทำเป็นตัวอย่างให้น้องๆดูก่อน จึงให้ อ.สมรเป็นผู้นำเพลงและให้ อ.เชอร์รี่เป็นคนสอนร้องเพลง ติดขัดบ้างเพราะเด็กหลายคนยังอ่านหนังสือไม่ออก ต้องใช้วิธีอ่านซ้ำๆ ร้องซ้ำๆ แล้วให้อ่านตามบ้าง ร้องตามบ้างสลับกันไป เนื้อเพลงที่ทั้งยาวและทำนองที่ค่อนข้างยาก เกือบทำให้เราถอดใจ พอ 9.30 น. เราจึงเริ่มแจกป้ายชื่อและแบ่งชั้นเรียน ปรากฏว่า วันนี้มีเด็กมาเรียนกว่า 60 คน แต่ก็ไม่ได้เกินกว่าที่คาดการไว้ เราจึงแบ่งห้องเรียนเป็น 4 ห้องตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก แต่เนื่องจากอุปกรณ์ประกอบการสอนมีเพียง 2 ชุด เราจึงใช้วิธีสอนรวมกันก่อนแยกกันไปทำกิจกรรม ห้องเด็กโต อ.เชอร์รี่สอน ก่อนแยกทำกิจกรรม เด็กตั้งใจเรียนดี แม้บทเรียนมีไม่พอ ห้องเด็กเล็ก เมษสอน แต่เนื่องจากเด็กกลางซนมากไม่ค่อยฟัง จึงทำกิจกรรมร่วมกับเด็กเล็ก เนื้อหาวันแรกค่อนข้างสั้นทำให้สอนและทำกิจกรรมเสร็จก่อนเวลาค่อนข้างมาก คนที่ดูแลแต่ละชั้นเรียนจึงต้องหาเกมส์ให้เด็กเล่นรอเวลาพักทานอาหารเที่ยง ขณะที่เด็กหลายคนออกไปวิ่งเล่นส่งเสียงดัง พักเที่ยงวันนี้ ดูน้องอนุชนของเรามีอาการเหนื่อยอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่เด็กวิ่งเล่นส่งเสียงดังกรี๊ดกราดกันสนุกสนาน บางคนขึ้นไปตีกลอง ลองไมค์ส่งเสียงเอะอะดังลั่น เราต่างได้แต่มองดูพวกเขาและคิดว่าพรุ่งนี้จะทำยังไงดี หลังอาหารเที่ยงเราพยายามสอนเพลงเดิมให้กับน้องอีกครั้ง พร้อมสอนท่าเต้นประกอบเพลงให้ด้วย ปรากฏว่า เราเองก็ยังไม่ค่อยจะคล่องสักเท่าไร ทั้งเขินทั้งยังจำไม่ค่อยได้ แต่ยังไงก็รู้สึกว่าเด็กๆชอบเพลงนี้ ถึงแม้ว่าจะยังร้องไม่ได้ก็ตาม หลังจากนั้นเราก็สอนเด็กทำพวงกุญแจบุตรแห่งแผ่นดินสวรรค์ด้วยเชือกและลูกปัด แต่เพราะเรายังไม่ได้ตัดเชือกไว้ก่อนเลยต้องการตัดกันตอนอธิบาย แล้วจึงแบ่งอุปกรณ์ให้เด็กแต่ละกลุ่ม โดยขอให้แบ่งกลุ่มกันเองกลุ่มละ 5-10 คน ในกลุ่มต้องมีพี่โตอย่างน้อย 1 คนเพื่อช่วยเด็กเล็ก และพวกเราเองก็จะเข้าไปช่วยแต่ละกลุ่มด้วย ตอนแรกให้ อ.สมรสอนที่ละขั้นแต่เพราะอุปกรณ์เด็กดูยากเลยใช้วิธีให้คนที่พอทำได้เข้าไปสอนแต่ละกลุ่ม โดยเอาตัวอย่างที่ทำเสร็จไปให้ดูเป็นแบบ สุดท้ายก็ทำเสร็จได้ด้วยดี กิจกรรมทุกอย่างเสร็จประมาณบ่ายสองโมง เด็กๆกลับบ้านอย่างรวดเร็ว จากนั้นประมาณสี่โมง อ.รอดก็มาชวนเราไปเยี่ยมคริสตจักรลูกของคริสตจักรไมตรีจิตแม่สายในหมู่บ้านพี่น้องอาข่า เราใช้เวลาเดินจากคริสตจักรไมตรีจิตแม่สายประมาณครึ่งชั่วโมงก็ไปถึงคริสตจักรลูกในหมู่บ้านพี่น้องอาข่า บรรยากาศรอบๆสงบดี มีทุ่งหญ้า มีวัว มีคนพื้นที่แต่กายชุดประจำเผ่าดูแปลกตา ก่อนเข้าไปในหมู่บ้าน อ.รอดสอนเรากล่าวทักทายพี่น้องด้วยภาษาอาข่าว่า “อู-ดู-ทา-มา แปลว่า สวัสดี” แต่พอเข้าไปถึง พวกเราก็ลืมกันหมดแล้ว เราได้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องที่นั่น ต้องตักน้ำจากบ่อลึกเพราะน้ำแห้งมาก เตรียมฟื้นสำหรับทำอาหาร ทำหลังคาด้วยหญ้าคา หนุ่มๆของเราได้ไปเตะบอลกับเด็กๆในโบสถ์กันอย่างสนุกสนาน ก่อนกลับมาอาบน้ำแล้วออกไปกินข้าวกันที่ชายแดนแม่สาย เรากินขนมจีนน้ำเงี้ยวและตั้งใจว่าจะเดินชิมอาหารพื้นเมืองไปเรื่อยๆ แต่เพราะ อ.สมรเป็นไข้ไม่สบายเราจึงต้องรีบกลับโบสถ์ ต้องขอบคุณ (หลานพี่หมอน) ที่ช่วยขับรถรับส่งเรา 21 เมษายน 2010 เช้านี้เรานัดเข้ากลุ่มด้วยกันตอน 7.00 น.เหมือนเดิม หนุ่มๆมาตรงเวลา แต่สาวๆมาสายนิดหน่อย เราร้องเพลงนมัสการด้วยกัน ก่อนอ่านเนื้อหาจากมานาประจำวัน ซึ่งเนื้อหาวันนี้มาจาก เอเฟซัส 2.1-10 อาจดูไม่น่าประหลาดใจ ถ้าพระธรรมตอนนี้ไม่ใช่เนื้อหาที่เราเพิ่งจะสอนน้องที่แม่สายไปเมื่อวาน เราเชื่อว่า พระเจ้ากำหนดพระธรรมตอนนี้ไว้เพื่อสอนให้เรารู้ว่า “เป็นเพราะพระคุณของพระเจ้าที่ทำให้เราได้มีโอกาสมารับใช้พระองค์ที่นี่ แม้ว่าเราเป็นคนบาป แต่เมื่อเรารอดโดยพระคุณของพระเจ้าแล้ว เราจึงควรที่จะทำสิ่งที่ดีเพื่อถวายเกียรติแก่พระเจ้าจากทุกสิ่งที่พระองค์ทรงกำหนดไว้เพื่อให้เราได้ทำด้วยกัน” เราเชื่อว่าพระเจ้าทรงกำหนดหน้าที่ที่เราจะต้องรับผิดชอบร่วมกันที่นี่ไว้ล่วงหน้า และเราจะทำหน้าที่นี้อย่างดีที่สุดเพื่อถวายเกียรติแก่พระเจ้าของเรา หลังเข้ากลุ่มเราทานอาหารเช้าด้วยกันเป็นข้าวเหนียวกับน้ำพริก และอาหารพื้นเมืองอย่างเคย มีหมูทอดด้วย แต่เรากินไม่ได้มากเหมือนเมื่อวาน วันนี้ อ.สมร ยังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร เสียงแหบมากและมีไข้เล็กน้อย ดังนั้น เราในทีมโดยเฉพาะห้องเด็กเล็กจึงต้องช่วยกันแบ่งเบางานส่วนที่อ.สมรดูแลเพื่อไม่ให้ อ.สมรเหนื่อยเกินไป พอ 9.00 น. จึงให้เมษเป็นคนนำเพลงอ.เชอร์รี่เป็นคนสอนเพลงเหมือนเดิม เราทบทวนเพลงที่สอนไปเมื่อวานและสอนเพลงใหม่พร้อมท่าประกอบ ค๊อบมาช่วยร้องด้วย ขณะที่เฟิร์นกับวิวมาช่วยสอนท่า แม้ดูจะยังเขินแต่ทุกคนก็ตั้งใจทำอย่างดี 9.30 น. เราแบ่งชั้นเรียนตามเดิมแต่มีการเปลี่ยนห้องเรียนนิดหน่อย โดยเราย้ายเด็กโตมาเรียนในห้องประชุมใหญ่ และย้ายเด็กเล็กไปเรียนในห้องรวีที่มีขนาดเล็กหน่อยเพื่อควบคุมเด็กได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญวันนี้เราต้องรวบบทเรียนที่ 2 และ 3 เข้าด้วยกันเพราะเรามีวันสอนเพียง 3 วัน แต่มีบทเรียนสำหรับ 4 วันห้องเด็กโต เฟิร์นสอนเนื้อหาพระคัมภีร์ ค๊อบสอนเรื่องเล่า ดูเด็กไม่ค่อยตั้งใจฟังนัก มีคุยมีเล่น ทำให้ต้องถามคำถามทบทวนความเข้าใจจนเสียเวลาไปมากกว่าจะแยกห้องทำกิจกรรมได้ ห้องเด็กเล็ก เติ้ลสอนเนื้อหาพระคัมภีร์ วิวสอนเรื่องเล่า เด็กยังคุยยังเล่นซนมากเหมือนเดิม แต่วันนี้มีการแยกชั้นเพื่อทำกิจกรรมจึงทำให้คุมเด็กได้ดีขึ้น 11.00 น. เราตั้งใจให้เด็กเพ๊นท์กระเป๋าใบเล็กที่เราเตรียมไว้สำหรับเด็กๆทุกคน แต่เพราะบางห้องเลิกช้าจึงทำให้เริ่มได้ช้ากว่ากำหนด ดีที่เด็กชอบกิจกรรมนี้ที่ไม่ยากเกินไปและตั้งใจทำจึงเสร็จตามกำหนด พักเที่ยงวันนี้ เสียงไม่ดังเหมือนเมื่อวานเพราะเรายกกลองชุดเข้าไปเก็บในห้องรวี และปิดลำโพงไปแล้ว จึงมีแต่เสียงกรี๊ดกราดของเด็กที่กำลังวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานเท่านั้น ระหว่างที่พักประมาณครึ่งชั่วโมง เติ้ลที่เป็นฝ่ายกิจกรรมก็เตรียมเกมส์ตอนบ่ายร่วมกับหนุ่ม เมษ ค๊อบ 12.30 น. พวกเราก็มารวมที่ห้องประชุมอีกครั้งเพื่อทำกิจกรรมตอนบ่าย เราทวนเพลงตอนเช้าอีกครั้ง ครั้งนี้น้องร้องได้มากขึ้นและเริ่มสนุกกับเพลง เมื่อพร้อมทีมกิจกรรมก็นำน้องเล่นเกมส์อย่างสนุกสนาน เราสังเกตว่าน้องๆชอบเกมส์ที่ได้ออกแรงมากกว่าเกมส์ที่ต้องใช้ความคิด เลยให้น้องเล่นกระต่ายขาเดียวแบบทีมอยู่นาน ซึ่งน้องๆก็สนุกกันทุกคน น้องในทีมกิจกรรมของเรานอกจากจะเป็นผู้นำยังเข้าไปเล่นกันเด็กๆในเกมส์อย่างเป็นกันเอง สร้างสีสันและความสนุกสนานให้เด็กๆได้มาก เราเล่นกันจนถึงบ่ายสองโมงจึงปล่อยให้เด็กๆกลับบ้าน ช่วงพักวันนี้ บางคนไปเที่ยวตลาดใหญ่ในเมือง บางคนขอพักเพราะเริ่มมีอาการไม่สบาย เมื่อทุกคนกลับมาตอนช่วงเวลาอาหารเย็น อ.เชอร์รี่มีอาการภูมิแพ้ มีไข้สูงจึงขอให้พี่น้องที่โบสถ์ช่วยพาไปหาหมอ ขณะที่คนที่เหลือไปร่วมอธิษฐานที่คริสตจักรลูกในหมู่บ้านอาข่าพร้อมกับ อ.วิวรณ์ อ.รอด และ อ.สมร บรรยากาศการอธิษฐานที่นี่ต่างจากที่เราเคยเจอ พี่น้องที่นี่อธิษฐานเสียงดังจนเราตกใจ แต่ก็ทำให้เราเห็นความตั้งใจที่พี่น้องมีในการพึ่งพาพระเจ้าแม้ในเรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวันของพวกเขา เรากลับถึงโบสถ์ประมาณสี่ทุ่มจึงแยกย้ายกันพักตามอัธยาศัย 22 เมษายน 2010 เช้านี้เรานัดเข้ากลุ่มด้วยกันตอน 7.00น. เหมือนเดิม หนุ่มๆมาตรงเวลาอย่างเคยแต่สาวๆมาค่อนข้างสาย เราร้องเพลงนมัสการด้วยกัน 2 เพลง เนื่องจากอ.สมรยังไม่มีเสียงและอ.เชอร์รี่ยังไม่หายดี หนุ่มจึงรับอาสาเป็นคนนำกลุ่มตอนเช้าจาก โรม 3.9-20 แม้ว่าพระธรรมตอนนี้จะยากต่อการประยุกต์เพื่อหนุนใจเราในการรับใช้สำหรับวันนี้ แต่เราเชื่อว่า พระเจ้าทรงมีเหตุผลที่จะให้เราสำรวจท่าทีในการรับใช้ของเราอีกครั้งเพื่อเราจะใช้อวัยวะทุกอย่างในกายเราเพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์ หลังเข้ากลุ่มเราต้องรีบกินอาหารเช้า วันนี้อ.รอดทำข้าวต้มหมูเลี้ยงพวกเรา พอ 9.00 น. เราต่างก็เข้าประจำหน้าที่ ให้เมษกับค๊อบช่วยกันนำเพลง ส่วนเฟิร์นกับวิวช่วยกันสอนท่าเต้น อ.สมรกับอ.เชอร์รี่มาช่วยนำน้องเต้นด้วย เห็นชัดว่าอนุชนของเรากล้าที่จะออกมายืนอยู่ข้างหน้าในฐานะผู้นำมากขึ้นมาก เด็กๆแม่สายสนุกกับเพลงและร้องเพลงได้ทั้งหมดแล้ว เราดีใจมากที่เราไม่ได้ถอดใจกลางทาง 9.30 น.เราแบ่งห้องเรียนเหมือนเมื่อวาน ห้องเด็กโต หนุ่มสอน เด็กส่วนใหญ่ตั้งใจฟังดีเพราะดูหนุ่มจะตั้งใจมาก่อนแยกห้องทำกิจกรรม ห้องเด็กเล็ก เมษสอนแทนอ.สมร เด็กยังซนมากเหมือนเดิม แต่วันนี้เรารู้สึกว่าเราคุมเด็กได้ดีขึ้น สิ่งหนึ่งที่ทำให้วันนี้ดูวุ่นวายเป็นพิเศษ เพราะเราต้องประกาศรางวัลให้เด็กแต่ละห้อง ต้องคัดเลือกว่าจะให้รางวัลที่ 1 2 3 กับใครดี เรารู้ว่าจริงๆแล้วเด็กทุกคนตั้งใจเรียนมาก จนเราอยากให้ทุกคนได้ที่ 1 แต่ก็ทำไม่ได้ อีกอย่าง น้องบางคนสลับห้องเรียนตามใจชอบ จนทำให้บทเรียนที่เราเก็บไว้สำหรับนักเรียนแต่ละห้องไม่เท่ากับจำนวนเด็ก ขาดบ้างเกินบ้างจนเราต้องวิ่งหากันให้วุ่น บางห้องแจกบทเรียนไปแล้วไม่ได้เก็บรวบรวมไว้ หายบ้าง หาไม่เจอบ้าง ก็มีทำให้มีบทเรียนบางวันกองทิ้งไว้เพราะเด็กๆยังเก็บเองไม่เป็น แต่นี่ก็เป็นบทเรียนที่ดีที่จะช่วยปรับปรุงการเตรียมงานของเราสำหรับในมิชชั่นครั้งต่อไป พอสอนตอนเช้าเสร็จก็มารวมกันเพื่อร้องเพลงก่อนปล่อยเด็กไปกินอาหารเที่ยง 12.30 น. เรามารวมกันที่ห้องประชุมอีกครั้ง เมษกับเติ้ลนำเพลง ก่อนส่งให้อ.เชอร์รี่นำเด็กประกวดท่องข้อพระคัมภีร์ชิงรางวัลพิเศษ ส่วนใหญ่ที่ท่องได้มีแต่เด็กโตที่เป็นผู้หญิง เด็กผู้ชายก็มีอยู่บ้าง 2-3 คนยังท่องไม่ค่อยคล่องแต่มีใจกล้าเลยได้รางวัลปลอบใจ จากนั้น ให้ทีมกิจกรรมนำเกมส์ เด็กๆชอบใจกันมาก มีการเปิดโอกาสให้น้องๆเต้น B-BOY ตามสไตร์ที่พวกเขาชอบ ขอบอกว่าเด็กๆเต้นเก่งมาก น่าสนับสนุนอย่างยิ่ง เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายคลิปวีดีโอเก็บไว้ เมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมทุกอย่างมีการแจกรางวัล และถ่ายรูปหมู่ของนักเรียนแต่ละชั้น ก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน เมื่อเด็กๆกลับบ้านแล้ว อนุชนที่คริสตจักรไมตรีจิตแม่สายก็มาชวนเราให้ไปเที่ยวน้ำตกด้วยกัน พวกเรากว่าสามสิบคนเบียดขึ้นรถสองแถวคันเดียวจนหมด เดินทางไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็มาถึงน้ำตก บรรยากาศที่นี่สงบดีมีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นสบายตา อย่างที่น้องหลายคนฝันไว้ หนุ่ม เติ้ล เมษ ค๊อบ เฟิร์น ลงไปเล่นน้ำกับน้องอนุชนกันอย่างสนุกสนาน เหลืออ.สมร อ.เชอร์รี่ กับวิว นั่งเฝ้าของให้น้องๆอยู่บนเนินเขาที่พอมองเห็นน้องๆได้ เล่นน้ำกันอยู่นานพอสมควรเด็กๆก็เริ่มขึ้น มองเวลาก็สี่โมงกว่าแล้ว เลยชวนกันกลับ เพราะเย็นนี้เรามีนัดว่าจะไปกินอาขื่อที่หมู่บ้านพี่น้องอาข่าด้วยกันอีก กลับถึงโบสถ์ ทีมท่าก้อซ้อก็ติดต่อมาว่ากำลังจะมาถึงที่แม่สายแล้ว อ.รอดจึงเสนอให้อนุชนแม่สายขี่มอเตอร์ไซด์ไปส่งทีมเราที่หมู่บ้านอาข่าก่อน แล้วจะกลับมารับทีมท่าก้อซ้ออีกครั้ง สรุปว่าทั้งสองทีมได้กินอาขื่อด้วยกันทั้งคู่ เมื่อไปถึงพี่น้องอาข่าเตรียมอาหารใกล้จะเสร็จแล้ว กลิ่นหอมฉุยน่ากินมาก แต่ยังมีเวลาเราจึงไปเดินเล่นรอบไร่สับปะรดก่อนเพื่อรอจนกว่าทุกคนจะมาพร้อมกัน พอมากันพร้อมหน้าแล้วก็ได้เปิบคั่วแห้งอาขื่อกันเป็นครั้งแรกในชีวิต บางคนในทีมรู้สึกแขยงไม่อยากกิน แต่พอชิมก็โอเค ต่างคนต่างกินกันพอเป็นพิธี บางคนกินมากหน่อยเพราะอร่อยถูกปากก็ไม่ว่ากัน กินเสร็จก็ขอบคุณเจ้าบ้านแล้วก็ขอลากลับ เพราะยังมีหมูกะทะรอเราอยู่ที่โบสถ์ กลับถึงโบสถ์ทุ่มกว่าๆ อ.วิวรณ์กับอ.บรรพตมารอเราอยู่แล้ว พี่น้องที่โบสถ์ก็จัดเตรียมอาหารไว้พร้อมแล้ว พอทุกคนมาถึงก็อธิษฐานและก็กินกันเลย กินไป คุยไป จนสามทุ่ม อ.เชิดชายจึงประกาศให้เราทั้งสองทีมมาประชุมประเมินผลการทำงานมิชชั่นในครั้งนี้ร่วมกัน การประชุมเป็นไปด้วยดี หลายคนสะท้อนความประทับใจ สิ่งที่ได้เรียนรู้ พระพร และประสบการณ์ใหม่จากการมามิชชั่น ประชุมเสร็จประมาณสี่ทุ่มครึ่งเราก็แยกย้ายกัน บางคนอยากพักก็ไปพัก บางคนอยากไปชมวิวแม่สายที่ดอยเวาก็ไปพร้อมกับอ.เชิดชาย แต่น่าเสียดายที่ไปไม่ทัน 23 เมษายน 2010 วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราอยู่ที่นี่ด้วยกัน ไม่มีการสอน ไม่มีกิจกรรม หลายคนเลยได้นอนตื่นสายกว่าทุกวัน เมื่อคืนนัดกันว่า เราจะออกจากโบสถ์ไปท่าขี้เหล็กพร้อมกันตอนเก้าโมงครึ่ง เก้าโมงกว่าๆเราก็ลงมากินข้าว เตรียมตัวออกเดินทาง นอกจาก อ.สมรกับอ.เชอร์รี่แล้ว ทุกคนไปหมด การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น บางคนสนุกกับการเลือกซื้อหนังแผ่น ขณะที่หลายคนเดินเล่นเรื่อยๆแต่เนื่องจากอากาศค่อนข้างร้อนจึงกลับมาถึงโบสถ์เร็วกว่าที่คาดไว้ มีเวลา อาบน้ำ เก็บข้าวของ เตรียมตัวขึ้นรถทัวร์กลับกรุงเทพฯ เราออกจากโบสถ์บ่ายสี่โมงครึ่ง ไม่ถึงสิบนาทีก็มาถึงขนส่งแม่สาย ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบร้อย รถทัวร์ออกจากแม่สายแล้ว บางคนนอนหลับตั้งแต่ขึ้นรถ คงเป็นเพราะเหนื่อย ก่อนที่รถเข้าจอดที่กำแพงเพชรฝนเริ่มตกและตกแรงขึ้นจนเราขึ้นรถอีกครั้งหลังพักกินอาหารตอนเที่ยงคืน คราวนี้คาดว่าทุกคนคงหลับสบายจนเช้า 24 เมษายน 2010 เรามาถึงกรุงเทพฯประมาณตีสี่ครึ่ง รถเข้าขนส่งสายเหนือก่อนไปถึงวัดเสมียนนารีตอนประมาณตีห้ายี่สิบ เราจึงแบ่งเป็นสี่กลุ่มไปเรียกแท็กซี่ให้ไปรวมตัวกันที่โบสถ์ก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน ขอบคุณพระเจ้าสำหรับการปกป้องคุ้มครองดูแลเราตลอดการเดินทาง ขอบคุณสำหรับบทเรียนและประสบการณ์ที่ให้เราได้เรียนรู้ผ่านมิชชั่นทีมในครั้งนี้ ขอบคุณที่ทรงสถิตกับเราและสอนเราให้รับใช้พระองค์ ขอบคุณพระเจ้า...อาเมน ประสบการณ์ที่ได้รับจากการไปมิชชั่นทีม อ.สมร...ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆกับการมิชชั่นทีมทุกครั้ง แต่ครั้งนี้แปลกหน่อยก็คือ ไปก็ไม่สบาย ไม่มีเสียง แต่ก็ยังมีใจสู้เต็มร้อยนะคะ และอีกอย่างหนึ่งก็คือ เด็กไม่เหมือนกับทุกที ยอมรับว่าเด็กที่นี่ถึงแม้ว่าจะเป็นเด็กอาข่า แต่พวกเขาได้เข้ามาอยู่ในเมือง และพวกเขามาประจำที่โบสถ์ทุกวันอาทิตย์อยู่แล้ว ความคุ้นเคยเลยเกิดขึ้น การเชื่อฟังพวกเราก็มีน้อยลง แต่พวกเราก็ไม่ได้ท้อใจนะคะ สู้กับพวกเขา อธิษฐานเผื่อพวกเขา สุดท้ายเราก็เข้ากันได้ดี วันที่สองและสามก็สนุกสนานกันใหญ่เลย อยากบอกว่าทุกครั้งที่ได้ไปก็จะรักพระเจ้าและรักลูกทีม และรักเด็กๆรักคนในพื้นที่ เพราะว่า “เราทุกคนเป็นฝีพระหัตถ์ของพระเจ้า ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์ เพื่อให้เราประกอบการดี” อ.เชอร์รี่...นี่เป็นการนำมิชชั่นทีมครั้งแรกของรี่ ถึงจะไปคู่กับอ.สมร แต่ก็รู้สึกถึงความรับผิดชอบที่พระเจ้าทรงมอบหมายหน้าที่ที่มีคุณค่านี้ให้กับเรา ทำให้ตั้งใจเรียนรู้ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของทีม และจะเสริมสร้างทีมให้เป็นพระพรกับพี่น้องที่แม่สายอย่างเต็มที่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ที่นี่ เราได้เรียนรู้จักการทำงานเป็นทีม การช่วยเหลือกัน การไว้ใจกันและกัน ถึงอ.สมรกับรี่จะป่วย แต่น้องในทีมก็ไม่ได้ท้อที่จะทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดี และยังสนุกที่จะรับใช้พระเจ้าด้วยกัน เราเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้ากับ อาหารการกิน ความเป็นอยู่ ภาษา และวิถีชีวิตของพี่น้องที่นั่น ถึงจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงนำและช่วยเราในสิ่งที่เราไม่สามารถทำได้ ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงรักเราและสอนให้เรารักทุกคนที่พระองค์ทรงรักด้วยความรักของพระองค์ หนุ่ม...มิชชั่นแม่สายครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่ได้ใช้ของประทานในการเล่นกีต้าและยังเปิดโอกาสให้ได้สอน ได้นำเกมส์ และไปเยี่ยมเยียนดูวิถีชีวิตของพี่น้องคริสเตียนในหมู่บ้านอาข่า ที่ทั้งอบอุ่นและเป็นกันเอง แถมยังได้คุยกับน้องที่โบสถ์ที่ปกติไม่ค่อยได้คุยกันมากขึ้น และที่สำคัญที่สุด ทำให้หนุ่มได้ไปเที่ยวต่างประเทศ (พม่า) เป็นครั้งแรกในชีวิตอีกด้วย เติ้ล...มามิชชั่นครั้งนี้ทำให้กล้าเล่าเรื่องของพระเจ้ามากขึ้น ได้พัฒนาตัวเองในด้านการนำกิจกรรม การสอน การนำเพลง ถึงน้องจะซน แต่ก็สนุก จนทำให้เติ้ลไม่อยากกลับกรุงเทพฯเลย ถึงมิชชั่นปีนี้ เติ้ลจะยังทำงานได้ไม่ค่อยดี แต่คราวหน้าจะตั้งใจทำให้ดีกว่านี้ เหนื่อยแต่สนุก เมษ...ประทับใจความน่ารักของเด็กๆและอนุชนแม่สายที่ตั้งใจเรียนมาก ประทับใจอ.รอดที่ดูแลเราทุกคนเป็นอย่างดี ประทับใจความขยันของน้องหมี่จู ประทับใจพี่แมนที่คอยขับรถรับส่งเราแทบทุกที่ ประทับใจในมิตรภาพดีดีที่ทุกคนที่โบสถ์แม่สายมีต่อเราและที่สำคัญประทับใจการสามัคคีธรรมที่เกิดขึ้นในทีมของเรา ที่มีทั้งกิน-เล่น-เที่ยว-ทำงาน ขอย้ำว่าอาหารอร่อยมาก โดยเฉพาะตำมะม่วง...มิชชั่นครั้งนี้ สอนให้เมษอดทนกับเด็กมากขึ้น ต้องเตรียมตัว และไม่ประมาทกับทุกสถานการณ์ โดยให้พระเจ้านำทุกงานที่ทำเพื่อถวายเกียรติแก่พระองค์...เสียดายที่มิชชั่นสั้นเกินไป สนิทกับเด็กได้วันที่ 3 ก็ต้องกลับซะแล้ว ยังคิดถึงอยู่เลย ค๊อบ...มามิชชั่นทำให้ได้มีโอกาสสอนพระคัมภีร์กับเด็ก ซึ่งทำให้รู้ว่ามิชชันนารีลำบากกว่าเรามาก และรู้ตัวว่าเรายังต้องฝึกอีกมาก ต้องเตรียมตัว ต้องอดทน ต้องรู้จักตัดสินใจอย่างรอบคอบและรวดเร็ว และยังทำให้เข้าใจความรู้สึกของคนนำที่ไม่มีคนฟังดีขึ้นด้วย...ตั้งใจว่ากลับจากมิชชั่นครั้งนี้จะขยันมากขึ้น ทิ้งนิสัยที่ไม่ดี เปลี่ยนตัวเองให้เป็นแบบอย่างกับคนอื่นให้ได้วิว...ได้สอนเด็กเล็ก วันแรกยังไม่ทันได้สอน เห็นเด็กซนมากก็คิดว่าจะไหวมั้ยเนี่ย เอ้า...เป็นไงเป็นกัน แต่สอนจริงๆแล้วก็ประทับใจที่ได้เห็นน้องๆตั้งใจฟังเล่าเรื่อง ถึงน้องจะซนบ้าง คุยแข่งบ้าง แต่พอถามก็ตอบกันได้ แถมยังแย่งกันตอบด้วย เห็นแล้วก็ขำดี...มาที่นี่ เหมือนพระเจ้าสอนวิวว่า ลองมารับใช้พระเจ้าบ้างนะ ปกติปิดเทอมก็เล่นคอม ฟังเพลง พอได้มารับใช้พระเจ้ากับมิชชั่นทีมกลับรู้สึกสนุก และอยากมารับใช้อีก เฟิร์น...ขณะเดินทางรู้สึกตื่นเต้นมาก ไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง แต่เมื่อไปถึงก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากผู้รับใช้ พี่น้องอาข่า และเด็กๆที่แม่สาย...ถึงเด็กจะซน พูดไม่ค่อยฟัง แต่พอเริ่มสนิทก็ฟังกันมากขึ้น มากอดมาเล่นด้วย...สนุกดี...การมามิชชันสอนรู้ว่าตัวเองมีคุณค่า สามารถแบ่งปันความรักให้เด็กๆได้ ทั้งที่ตอนแรกไม่คิดว่าจะทำได้...มิชชั่นสอนให้เฟิร์นกล้าแสดงออกและเข้ากับคนอื่นได้มากขึ้น ได้มีโอกาสสอนเรื่องของพระเจ้ากับเด็กๆ ถึงแม้ว่ายังทำได้ไม่ดีแต่มิชชั่นปีนี้ก็สนุกมากๆ...ยังไม่อยากกลับเลย
|
|||
| Last Updated ( Tuesday, 27 July 2010 11:57 ) |



