ข้อมูลของคณะมิชชั่น
| มิชชั่นเทอมสั้นที่ห้วยต้นตอง เม.ย. 10 |
|
|
|
| MTC Mission | |||
| Saturday, 05 June 2010 09:24 | |||
|
มิชชั่นทีมที่สถานประกาศไมตรีจิตห้วยต้นตอง 18-24 เมษายน 2010?(ฉบับย่อ)???? ?????? ทีมเรามีกันเจ็ดคน อ.สาโรจน์ พี่จินตานา(เปิ้ล-คจ.สัจจธรรม) เจ เกว พีซ กันต์ และชงกี เราออกเดินทางวันอาทิตย์ที่ 18 เมย. 10 มุ่งสู่ สถานประกาศไมตรีจิตห้วยต้นตอง จ.เชียงใหม่ ถึงแม้จะเดินทางลำบากและใช้เวลานานแต่เราก็ถึงที่หมายอย่างปลอดภัยโดยมี อ.กิตติพงศ์และอ.พิมพ์ใจให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ในวันแรกเป็นการเตรียมงานสอน ดูสถานที่ พูดคุยกับเด็กๆและอาหารมื้อแรกเป็นขนมจีนน้ำเงี้ยว ไม่รู้เพราะว่าหิวหรืออย่างไรแต่พวกเราต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยมาก ทุกมื้อทุกเมนูสุดยอดจริงๆ เคล็ดลับความอร่อยมาจากน้ำใจและความรักของสมาชิกที่มาช่วยกัน ความร่วมมือกันของพี่น้องทุกคนทำให้เห็นถึงความรักของพระคริสต์ที่มีให้กัน?? ?????? เด็กๆที่นี้จะตื่นแต่เช้าและสนามบาสในหมู่บ้านจะเป็นแหล่งพบปะของพวกเขา ?กีฬาที่พวกเขาชอบอย่างเช่น เตะตะกร้อ ตีแบด และที่น่าสนใจมากคือกีฬาไม้ต่อขาเป็นการใช้กิ่งไม้ยาวๆสองกิ่งมีก้านยื่นสำหรับขึ้นเหยียบและเดิน ขอเรียกว่ากายกรรมห้วยต้นตองละกัน เมื่อถึงเวลาร้องเพลงในวันแรกพวกเราก็มีงงๆ อยู่บ้าง เพราะไม่ว่าเราจะพูดหรือให้น้องๆร้องเพลงทำไมเขาถึงไม่ร้องกันนั่งมองหน้าเราทำไม สุดท้ายถึงได้รู้ว่าเด็กบางคนไม่เข้าใจภาษาไทยและบางส่วนก็ยังอ่านภาษาไทยไม่คล่อง เราก็เลยค่อยๆสอน บวกกับเทคนิคการหลอกเด็ก เอ้ย! การนำเพลงของอ.สาโรจน์อันน่าทึ่งแล้ว ทำให้บรรยากาศการร้องเพลงคึกคักมากขึ้นทุกวัน พวกเด็กๆชอบการแข่งกันเราเลยแบ่งออกเป็นสี่ทีม ทีมเปโตร ทีมโนอาห์ ทีมดาวิด และทีมโยเซฟ เราให้คะแนนแต่ละทีมตามผลงานของน้อง เราจะไม่ได้ยินคำว่า เบื่อ ไม่สนุกหรือพอแล้ว ช่างเป็นสิ่งที่น่าประทับใจเช่นเดียวกับที่เขามักจะใช้เวลาอยู่กับพวกเรา ชอบกอดและก็บอกรักพวกเราด้วย? น้องๆน่ารักและมีแต่ความจริงใจ? ชอบให้เราตั้งชื่อเล่นเป็นภาษาอังกฤษให้ ร้องเพลงกันตอนอาบน้ำ เวลาเราไม่สบายก็ดูแลเราเป็นอย่างดี?? มิชชั่นทีมที่สถานประกาศไมตรีจิตห้วยต้นตอง 18-24 เมษายน 2010 (ฉบับเต็ม) ?????? ช่วงเวลาหกโมงเย็น ถึงสามทุ่มจะมีการปั่นไฟ ถึงจะเงียบสงบและไม่คุ้นเคยแต่ก็ไม่มีใครที่รู้สึกว่าลำบากทำให้เราหันมาสนใจท้องฟ้า ดวงดาวที่ราวกับอยู่ใกล้แค่เอื้อม เป็นท้องฟ้าเดียวกันกับตอนที่เรามองเห็นที่กรุงเทพฯ แต่ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันมาก? นับเป็นความทรงจำที่ไม่อาจลืมเลย การมามิชชั่นทีมไม่ว่าจะครั้งนี้หรือครั้งไหนๆพวกเราทุกคนไม่ได้มาเพียงเพื่อให้ แต่เราก็มาเป็นผู้รับเช่นกัน เด็กๆและผู้ใหญ่ที่นี่สอนพวกเราผ่านชีวิตของเขา ถึงแม้ว่าเขาจะขาดโอกาสในการเรียนหรือพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านต่างๆ? ซึ่งต่างจากเด็กที่อาศัยอยู่ในเมือง แต่พระเจ้าก็ทรงสร้างเราและเขาให้เติมเต็มซึ่งกันและกัน เรามีมากพระเจ้าต้องการให้เรามอบให้คนอื่นมากด้วย? นับจากวันที่เราลงจากดอยถือเป็นการเริ่มต้นของการสานต่อพันธกิจ เราช่วยกันออมเงินเพื่อเป็นใบเบิกโอกาสให้น้องๆในการเรียน ?อธิษฐานเผื่อคริสตจักร สถานประกาศและมิชชันนารีทุกคน ถวายเพื่องานมิชชั่น และซึ่งพันธกิจจะก้าวต่อไปได้ไม่ได้อยู่ที่ใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น เพราะพระเจ้าสร้างอวัยวะทุกส่วนเพื่อช่วยเหลือกันเพราะเราเป็นพี่น้องในพระคริสต์? ดังนั้นเมื่อเรามีความสุขเราแบ่งปันให้เขาและเมื่อเขาได้รับพระพร เขาก็จะคืนกลับให้เราเหมือนกัน? ???? ขอบคุณพระเจ้าสำหรับการเดินทางที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและทุกอย่างก็ผ่านได้ด้วยดี ขอบคุณพระเจ้าสำหรับน้องๆเพื่อนๆพี่ๆ ในทีมทุกคน การรวมตัวกันครั้งนี้แน่นอนว่าไม่ใช่โดยมนุษย์แต่เป็นแผนการของพระเจ้า ที่ให้เราได้ร่วมกันรับใช้ ช่วยเหลือกันในยามเจ็บป่วย เรียนรู้ และเติมเต็มซึ่งกันและกัน พร้อมกับได้ชื่นชมธรรมชาติที่สวยงาม ขอบคุณพระเจ้าสำหรับปัญหาและอุปสรรคที่เสริมสร้างให้เรามีความเชื่อที่มั่นคงมากขึ้น จึงอยากขอเชิญชวนทุกคนเดินทางไปกับเราในครั้งหน้าด้วยกัน... ??????????? ทีมของพวกเรามีทั้งหมดเจ็ดคน พี่สาโรจน์ (นำสาย) พี่เปิ้ล (โบสถ์สัจธรรม) เจ เกว พีซ กันต์ และชงกี เราออกเดินทางจากคริสตจักรไมตีรจิต ในเย็นวันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน 53 มุ่งสู่ สถานประกาศไมตรีจิตห้วยต้นตอง จังหวัดเชียงใหม่ ถึงแม้เส้นจะทางคดเคี้ยว ต่อรถเที่ยวแล้วเที่ยวเล่า ตื่นแล้วตื่นอีก จนในที่สุดพวกเราคนแคระทั้งเจ็ดก็เดินทางมาถึงที่หมายอย่างปลอดภัย อาจารย์กิตติพงศ์ และอาจารย์พิมพ์ให้การต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดี ในวันแรกเป็นการเตรียมงานสอนสำหรับน้องๆ ดูสถานที่ พูดคุยกับเด็กๆละแวกนั้น และพักผ่อนเตรียมพร้อมสำหรับวันใหม่ อาหารมื้อแรกของเราคือ ขนมเส้น (ขนมจีน) กับ น้ำเงี้ยว ไม่รู้เพราะว่าหิวหรืออย่างไรพวกเราต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าขนมเส้นน้ำเงี้ยวอร่อยมาก พอมื้อที่สอง มื้อที่สาม ผ่านไปทำให้พวกเรารู้ได้ว่าไม่ใช่เพราะหิวแต่เพราะฝีมือการปรุงอาหารของแม่ครัวที่ตั้งใจทำอย่างเต็มที่ ให้พวกเราทุกคนทานทุกๆมื้อ ไม่ว่าจะเป็นส้มตำรสแซ่บ ปลาหมอทอดกรอบ แกงจืดฟักเขียว และอีกหลากหลายเมนู สิ่งนี้ทำให้พวกเราเหล่าคนแคระทั้งเจ็ดสัมผัสได้ถึงการต้อนรับของชาวบ้านอย่างอบอุ่น ในแต่ละมื้อจะมีเด็กผู้หญิงวัยรุ่นบ้างก็ช่วยหั่นผัก ปอกแตงกวา ปอกมันฝรั่ง ทุกคนทำไปก็พูดคุยกันไป พวกเราฟังไม่เข้าใจหรอกเพราะเขาคุยกันเป็นภาษาลีซู แต่สิ่งที่ทุกคนในสถานประกาศสัมผัสได้ คือ ความรักของพี่น้องในพระคริสต์ที่มีให้กัน เราเปลี่ยนมุมจากคนสาว มาดูฝั่งชายหนุ่มกันบ้าง เสน่ห์ของสถานประกาศและคริสตจักรคงอยู่ที่สนามบาส สนามบอลที่ถือได้ว่าเป็นศูนย์รวมของทุกคนก็ว่าได้ ที่ห้วยต้นตองก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกันในตอนเช้าตรู่ (รุ่งสางเลยก็ว่าได้ เด็กที่นี่ตื่นเช้ากันจริงๆ พวกเราน่าจะทำเป็นแบบอย่างนะ) เด็กผู้ชายจะพากันมาเล่นตะกร้อ ฝึกปรือฝีมือกันอย่างตั้งใจ เพราะตอนเย็นจะกลายเป็นทีของวัยรุ่นหนุ่มๆมาผลัดกันหวดลูกตะกร้อบ้าง พอสายหน่อยเด็กๆเริ่มมารวมตัวกันเต็มลาน เมื่อพวกเราคนแคระมองออกไป สถานที่นี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ และรอยยิ้ม เบื้องหน้าก็มีเด็กหญิงและเด็กชายวิ่งเล่นกัน บ้างก็เตะตะกร้อ ตีแบด และที่น่าสนใจมากคือกีฬาไม้ต่อขา เป็นการใช้กิ่งไม้ยาวแข็งแรงสองกิ่ง มีก้านยื่นสำหรับขึ้นเหยียบและเดิน ขอเรียกว่ากายกรรมห้วยต้นตอง ละกันค่ะ ??????????? เมื่อถึงเวลาร้องเพลงในวันแรกพวกเราอาจจะมีอาการ เกร็งๆ งงๆ อยู่บ้าง เพราะไม่ว่าเราจะพูดหรือให้น้องๆร้องเพลง ทำไมเขาถึงไม่ร้องกัน นั่งมองหน้าเราทำไม สุดท้ายถึงได้รู้ว่าเด็กบางคนไม่เข้าใจภาษาไทยและบางส่วนก็ยังอ่านภาษาไทยไม่คล่อง เราก็เลยค่อยๆสอนให้น้องๆอ่านตาม น้องทุกคนตั้งใจและพยายามมาก บวกกับเทคนิคการหลอกเด็ก เอ้ย! การนำเพลงของพี่สาโรจน์ อันน่าทึ่งแล้ว ทำให้บรรยากาศการร้องเพลงคึกคักมากขึ้นทุกวัน จริงๆแล้วถ้าเราเข้าใจธรรมชาติของเด็ก คือเด็กชอบการแข่งขัน และ ทุกคนต้องการเป็นคนพิเศษ เราจะมีวิธีชักจูงให้น้องๆให้ความร่วมมือทั้งการร้องเพลง การเรียน และการทำกิจจกรรม ดังนั้นจึงมีการแบ่งทีมออกเป็นสี่ทีม มีทีมเปโตร ทีมโนอาห์ (พี่สาโรจน์เรียกผิดเป็นโยนา อยู่เรื่อยเลย) ทีมดาวิด และทีมโยเซฟ ไม่ว่าจะร้องเพลง หรือว่าทำกิจจกรรมน้องๆจะอยู่ตามทีมของตัวเองตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย ซึ่งในแต่ละวันพวกเราคนแคระทั้งเจ็ดจะให้คะแนนแต่ละทีมตามผลงานของน้องๆ เช่น ร้องเพลงเสียงดัง ปรบมือพร้อมเพรียงกัน ฟังพี่ๆอย่างตั้งใจ เป็นต้น วิธีการให้คะแนนน้องๆเหล่านี้ทำให้พวกเราเห็นถึงความน่ารัก และเสน่ห์ของเด็กบนดอย คือความจริงใจ และเต็มที่ของพวกเขา เราจะไม่ได้ยินคำว่า เบื่อ ไม่สนุก หรือพอแล้ว มีแต่ได้ยินคำว่า สู้ สู้ และสู้ ?พวกเราชาวกรุงควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง นอกจากนี้ความประทับใจเล็กๆน้อยที่น้องๆมอบให้เรามีอีกมากมายคงเล่าในกระดาษเพียงสองสามแผ่นไม่หมด เช่น ตอนอาบน้ำได้ยินน้องๆร้องเพลงค่ายที่เราสอน ก็เลยร้องเพลงด้วยกันตอนอาบน้ำ? แม้ยามเจ็บป่วยอาจารย์พิมพ์ ดูแลเราอย่างดี เข้ามาถามตลอดว่าอาการดีขึ้นแล้วหรือยัง ให้ยาที่ถือว่าดีที่สุดของพวกเขา อาจารย์ให้การดูแลทุกคนไม่ตกหล่นจริงๆ ??นอกจากนั้นน้องๆที่นี่มักจะเข้ามากอด มีพี่บางคนที่โดนบอกรัก ซึ่งเราสัมผัสได้ว่าเขารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ (ไม่ได้เข้าข้างตัวเอง) ที่นี่มีลูกหมาสองตัว ชื่อ โก กับ โก้ พอพวกเราไปถึงก็จัดการเปลี่ยนชื่อให้เสร็จ กลายเป็นชื่อ กะเพรา กับ ไข่ดาว หลังจากนั้น น้องๆก็เรียกชื่อใหม่ที่พวกเราตั้งให้ อาจฟังเป็นแค่เรื่องตลก แต่ถ้าลองนึกดูการที่น้องเขาเรียกขื่อใหม่ที่พวกเราตั้งแสดงว่าเขามองเราเป็นแบบอย่าง ไม่ว่าเราจะทำอะไร จึงทำให้เราต้องย้อนกลับมามองตัวเองว่า สิ่งที่เราทำไม่ใช่เพียงความพอใจของตัวเอง แต่เพื่อเป็นแบบอย่างให้พวกเขา สิ่งดีๆที่เราสอน อย่าเป็นเพียงคำพูดแต่ให้เรากระทำด้วย อีกเรื่องที่ต้องหัวเราะทุกครั้งที่เล่าคือ น้องๆที่นี่ชอบให้ตั้งชื่อเล่น และต้องเป็นชื่อภาษาอังกฤษด้วย เอาละ บุคคลที่โบสถ์ต่างผุดมาอยู่ที่ห้วยต้นตองเต็มไปหมด แต่พวกเขาก็ดีใจที่มีชื่อเล่นใหม่ๆมาอวดกัน อีกเหตุการณ์ที่น่าประทับใจคือที่นี่ไม่มีไฟฟ้า ช่วงเวลาหกโมงเย็น ถึงสามทุ่มจะมีการปั่นไฟ หลังจากนั้นมีแต่ความเงียบสงบ พวกเราอาจไม่คุ้นเคยแต่ก็ไม่มีใครที่รู้สึกว่าลำบาก แต่กลับเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจ และยากที่จะลืม เพราะการที่ไม่มีไฟ ทำให้เราหันมาสนใจท้องฟ้า ดวงดาวที่ราวกับอยู่ใกล้แค่เอื้อม จริงๆแล้วท้องฟ้าในกรุงเทพก็ท้องฟ้าผืนเดียวกับห้วยต้นตอง แต่แสงสีของมนุษย์กลับบดบังแสงธรรมชาติของพระเจ้า เจ็ดวันนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่พวกเราคนแคระไม่ลืมแน่นอนการมามิชชันไม่ว่าจะครั้งนี้หรือครั้งไหนๆพวกเราทุกคนไม่ได้มาเพียงเพื่อให้ แต่เรามารับเช่นกัน เด็กๆและผู้ใหญ่ที่นี่สอนพวกเราผ่านชีวิตของเขา เด็กที่นี่ส่วนใหญ่แล้วขาดโอกาสที่จะได้เรียนต่อ ด้วยปัจจัยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการเงิน การศึกษาที่มาตรฐานน้อยกว่าเด็กในเมือง ?ถึงแม้ว่าพวกเขาจะรักในการเรียน และตั้งใจมากเพียงใด ทางข้างหน้าของเขาก็ยังคงเลือนลาง แน่นอนว่าสิ่งที่พวกเราเห็นและสัมผัส ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆแต่ทำให้เข้าใจว่าความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าคือ การที่พระองค์สร้างเราแต่ละคนให้เติมเต็มซึ่งกันและกัน เรามีมากพระเจ้าต้องการให้เรา มอบให้คนอื่นมากเท่าที่พระองค์ให้เรา เช่นกันพวกเขาก็บอกซี่งกันและกันว่า พี่น้องในพระคริสต์ที่โบสถ์ไมตรีจิตแม้ว่าจะไม่เคยเห็นหน้า พบเจอกันแต่ทุกคนเต็มใจถวายเพื่อพันธกิจของพระเจ้า เพื่อสร้างสถานประกาศห้วยต้นตอง สิ่งที่สำคัญคือการเห็นความสำคัญของการมาโบสถ์ มาสรรเสริญพระเจ้า เมื่อเราเห็นดังนี้แล้วถือเป็นการยืนยันว่าพันธกิจของพระเจ้าไม่มีวันสิ้นสุด การที่เราเดินทางขึ้นดอยไปสอนเด็กและอาศัยอยู่กับพวกเขาเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ไม่ได้หมายความว่าหลังจากนั้นเรากับน้องๆจบกัน นับจากวันที่เราลงจากดอยถือเป็นการเริ่มต้นของการสานต่อพันธกิจ เราอธิษฐานเผื่อ เราช่วยกันออมเงินเพื่อเป็นใบเบิกโอกาสให้น้องๆในการเรียน ข้าพเจ้าเชื่อว่าการเขียนบันทึกทุกๆครั้งถือว่าเป็นการหนุนใจพวกเราทุกคน อธิษฐานเผื่อเด็กเหล่านั้น เผื่อคริสตจักรและสถานประกาศที่อยู่ห่างไกล ถวายเพื่องานมิชชัน จากการเล่าสู่ทางบันทึกนี้อาจจะไม่ให้อรรถรสเท่ากับการเดินทางมาสัมผัสด้วยตนเอง แต่สิ่งที่ได้คือเราได้รับรู้ว่าการเป็นมิชชันนารี นั้นยิ่งใหญ่เพียงใด ต้องเสียสละเพียงใด ซึ่งจะสำเร็จไม่ได้ด้วยมิชชันนารีเพียงเท่านั้น เพราะพระเจ้าสร้างอวัยวะทุกส่วนเพื่อช่วยเหลือกันและกัน ไม่มีหูที่พูดได้ มีแต่ปาก ไม่มีมือที่หยิบของได้ถ้าไม่มีนิ้ว ดังนั้นเราทุกคนเป็นกายของพระคริสต์ ถึงเราจะเป็นรู้สึกว่าเราเป็นเพียงนิ้วก้อย แต่หากขาดนิ้วก้อยแล้ว เราก็จะใช้นิ้วมือนับได้ถึงแค่เก้า ไม่ถึงสิบ??????????? ขอบคุณพระเจ้าสำหรับการเดินทางที่เต็มไปด้วยเรื่องราว เรื่องไม่คาดคิด แต่พระเจ้าช่วยให้พวกเราผ่านไปได้ไม่ใช่ด้วยความบังเอิญ ขอบคุณพระองค์สำหรับน้องๆ เพื่อนๆ พี่ๆ ในทีมทุกคน การรวมตัวกันครั้งนี้แน่นอนว่าไม่ใช่โดยสายตามนุษย์แต่เป็นแผนการของพระเจ้า ที่ให้เราได้ร่วมกันรับใช้ ช่วยเหลือกันในยามเจ็บป่วย เรียนรู้ และเติมเต็มซึ่งกันและกัน ขอบคุณพระเจ้าสำหรับธรรมชาติที่ให้เราได้ชื่นชมและตื่นตาตลอด เพราะสิ่งที่พระองค์สร้างทุกสิ่งเกิดการเปลี่ยนแปลงในทุกวัน ขอบคุณพระเจ้าสำหรับปัญหา และอุปสรรคที่เสริมสร้างให้เรามีความเชื่อที่มั่นคงมากขึ้น ?
|
|||
| Last Updated ( Friday, 02 July 2010 23:39 ) |



