... Read More
ศิษยาภิบาลกับการแปลพระคัมภีร์
ดร.ดั๊ก แม็คอินทอชได้เข้ามารู้จักโลกแห่งมิชชั่นขณะที่ท่านกำลังเล่นบาสเก็ตบอล ท่านบอกว่า “ช่วงระหว่างที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสุดท้ายและปีแรกของโรงเรียนพระคริสตธรรม กลุ่มเพื่อนที่เรียนด้วยกันได้ตัดสินใจไปเล่นบาสเก็ตบอลเพื่อการประกาศในแถบมหาสมุทรแปซิฟิก เราเล่นกับทีมในประเทศที่เราไปเยือนคือนิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ไทยจนถึงญี่ปุ่น ระหว่างพักครึ่งการแข่งขันเราจะต้องร้องเพลงในภาษาของประเทศนั้นและพูดคุยกับคนดูโดยมีคนแปลให้ ถ้าจำเป็นเราจะเป็นพยานและพูดเรื่องข่าวประเสริฐ จากนั้นก็แจกพระคัมภีร์ที่เป็นภาษาท้องถิ่นนั้นให้กับนักบาสฯผู้ฝึกสอนและผู้ชม” ในการเดินทางครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่ ดร. ดั๊ก ได้เห็นว่ามีคนหลายกลุ่มทีเดียวที่ไม่มีพระคัมภีร์ในภาษาของเขาที่จะสามารถเข้าใจได้ดี “ผมได้เห็นกลุ่มที่มาจากหลายวัฒนธรรมและเห็นข่าวประเสริฐได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกลุ่มเหล่านั้น หลังจากที่สิ้นสุดการเดินทางในครั้งนั้นผมมีนิมิตที่ชัดเจนของความต้องการของผู้คนในแถบนั้น ผมรู้สึกว่าการแปลพระคัมภีร์เป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆในการเผยแพร่ข่าวประเสริฐ ความคิดนั้นได้ฝังลึกลงไปตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา
ห่วงโซ่ชีวิตมิชชั่น/ พันธกิจแห่งหัวใจ
เคยมีคำถามกับพระเจ้าไหม ถ้าพระเจ้า ตรัสเรียกให้เราเป็นมิชชันนารี เราควรจะเริ่มที่ไหน และจบอย่างไร หวังว่าเนื้อหาตรงนี้จะเป็นส่วนเล็กๆที่ช่วยให้คริสตจักรไทยก้าวไกลทันพันธกิจโลกนะค่ะ จากประสบการณ์ในงานมิชชั่นที่พระเจ้านำทำงานร่วมกับองค์กร OMF (Oversea Missionary Fellowship) ทำให้ดิฉันถูกนำสู่ โซ่แห่งความรัก 8 โซ่นี้ ที่ OMF เราเรียกว่า People Chain
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับงาน30ปีมิชชั่น ราตรีสำมพันธ์ ก้าวทันพันธกิจโลก ในวันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2009 ที่ผ่านมา ผู้ร่วมงานประมาณ 600 คน ส่วนใหญ่มาก่อนเวลาเสียอีก ทำเอาคนจัดงานเตรียมแทบไม่ทัน แต่ดีครับมากันเยอะๆอย่างนี้ ถึงเหนื่อยแต่ก็มีความสุข ด้วยการทรงนำของพระเจ้า งานก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี โดยการอธิษฐานของทุกท่าน มิชชันนารีที่นำการแสดง อ.มะลิสำหรับขั้นตอนการเตรียมเป็นมิชชันนารีในต่างแดน ขอบคุณศจ.บุญญอิทธิ์และคุณจักรวาลสำหรับตำนานแห่งความทรงจำตลอด30ปีที่ผ่านมา
มิชชั่นทีวร์ที่สว่างแดนดิน (ต่อจากความเดิมที่มุกดาหาร)
เมื่อคืนพวกเราก็ได้นอนกันเต็มที่ ตื่นมาก็ได้ทางอาหารเช้ากันเต็มอิ่ม ก่อนออกเดินทางไปที่คริสตจักรไมตรีจิดสว่างแดนดิน ใช้เวลาร่วมสามชั่วโมง ระหว่างทางเราก็ได้ชมภาพยนต์จีนแต้จิ๋วแท้จากซังเถา อภินันทนาการจากแจ้ซิ่วฮั้ว ฟังก็ไม่ค่อยออกหรอกครับ แต่พอทุกคนฮาไหนเราก็ฮานั่นอยู่แล้ว เป็นเรื่องราวคล้ายศรีธนชัยของไทยละครับ สนุกมากขอบอก พอไปถึงก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากผู้หลักผู้ใหญ่ของสว่างฯ ที่นี่มีผู้รับศีลบัพติสมามากถึง15คน อย่างนี้ทุกคนที่มาแล้วไม่เสียเที่ยวจริงๆ ทั้งศจ.ดร.อภิชาติ และ อ.นพดล ก็ยินดีให้ศีลบัพติสมากับทุกคนด้วยความซาบซึ้ง และทุกคนก็ยินดีอย่างยิ่ง