| Period 1922-1938 |
|
|
|
| About Maitrichit - History | |||
| Tuesday, 17 February 2009 21:17 | |||
ค.ศ.1922-1938ปี ค.ศ. 1924 คริสตจักรจีนในประเทศไทยได้รวมตัวกันตั้งเป็นศูนย์ประสานงานคริสตจักรจีนในประเทศไทย และได้ดำเนินพันธกิจร่วมกัน และได้เข้าร่วมกับคริสตจักรอื่นๆ ในประเทศซึ่งกำลังรวมตัวกันก่อตั้งสภาคริสตจักรในประเทศสยาม ในปี ค.ศ. 1934 ในชื่อของคริสตจักรภาคที่ 7
ปี ค.ศ. 1927 คณะอเมริกันแบ๊บติสท์มิชชั่นตัดสินใจที่จะมุ่งงานในประเทศจีนเพียงแห่งเดียว ทำให้ต้องยุติงานในประเทศไทย จึงขายทรัพย์สินทุกอย่างที่มีอยู่ และนำไปเพื่อใช้งานสำหรับชาวจีน ขอบคุณพระเจ้าที่คริสตจักรวัดเกาะไม่ได้ถูกรวมไว้ในทรัพย์สินที่ขายไปด้วย คริสตจักรจึงยังมีการประชุมนมัสการตามปกติ ปี ค.ศ. 1929 สภาคริสตจักรคณะแบ๊บติสต์เนียตังที่ซัวเถาได้รับผิดชอบงานในเมืองไทย โดยส่ง ศจ.หล่อเขียกเม้ง มาเป็นศาสนาจารย์ประจำคริสตจักรที่วัดเกาะ ปี ค.ศ. 1931 ศจ.หล่อเขียกเม้งกลับไปทำงานที่ซัวเถา กองอำนวยการคณะแบ๊บติสต์เนียตังได้ส่ง ศจ.กี๋กัง มาประจำที่คริสตจักรวัดเกาะ และคณะมิชชั่นก็ได้ส่ง ศจ.กรอสเบค (Rev.Adam Groesbeck) มายังประเทศไทย ได้ซื้อที่ดินที่เป็นที่ตั้งคริสตจักรไมตรีจิตในปัจจุบัน ต้นปี ค.ศ. 1935 มีการขายที่ที่คริสตจักรวัดเกาะ และเริ่มงานก่อสร้างคริสตจักรใหม่ ในระหว่างนั้นได้สถานที่ประชุมชั่วคราวที่ถนนสันติภาพ วงเวียน 22 กรกฎา ในวันที่ 14 กันยายน ค.ศ. 1935 เวลาบ่าย 2 โมง ได้มีพิธีถวายอาคารคริสตจักรไมตรีจิต ส่วนหนึ่งของเงินค่าก่อสร้างคริสตจักรไมตรีจิตและค่าที่ดินได้รับความช่วยเหลือจากคณะอเมริกันแบ๊บติสท์มิชชั่น และสมาชิกได้มีส่วนในการถวาย? อีกทั้งผู้มีจิตศรัทธาที่สนใจงานด้านการศึกษาได้ร่วมบริจาค? โบสถ์ที่สร้างมีห้องประชุมนมัสการที่จุคนได้ 400 - 500 คน อยู่บนชั้นสอง ชั้นล่างมีห้องเรียน 8 ห้อง สำหรับโรงเรียนซือลิบจิงกวง ด้านซ้ายของอาคาร เป็นตึกสูง 2 ชั้น เป็นห้องพักครูและห้องสมุด ด้านขวาใกล้ประตูใหญ่เป็นบ้านพักศิษยาภิบาล ในวันที่ถวายโบสถ์นั้นมีผู้รับบัพติศมา 24 คน หลังการก่อสร้าง คณะอเมริกันแบ๊บติสต์มิชชั่นยังช่วยเหลืองบประมาณค่าใช้จ่ายของคริสตจักรต่อมาอีก 3 ปี และลดเงินช่วยเหลือลงปีละ 1 ใน 3 จนคริสตจักรสามารถเลี้ยงตัวเองได้ในปี ค.ศ. 1939 ปี ค.ศ. 1934-1935 ศจ.หลื่อเองจุ่งเป็นศิษยาภิบาล และในปี ค.ศ. 1937-1939 คริสตจักรต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้ไม่สามารถที่จะเชิญศาสนาจารย์มาประจำได้ สมาชิกคริสตจักรในขณะนั้น ได้แก่ คุณฉัวกวงเอี๋ยว ซึ่งเป็นครูใหญ่โรงเรียนซือลิบจิงกวงในขณะนั้น คุณกัวตักบุ๊ง คุณฉื่อเอียะยู้ พร้อมกับคณะมัคนายก ผลัดกันนำประชุมทุกวันอาทิตย์ ปี ค.ศ. 1934 มีการก่อตั้งสภาคริสตจักรในประเทศสยาม ในการก่อตั้งครั้งแรกมีเพียงคริสตจักรไทยและจีนของคณะอเมริกันเพรสไบทีเรียน และคริสตจักรจีนไมตรีจิตของคณะแบ๊บติสต์เท่านั้นที่ร่วมกันก่อตั้งองค์กรคริสต์ศาสนาโปรแตสแตนท์นี้ขึ้น คริสตจักร 7 ภาคที่ประกอบเป็นสภาคริสตจักรฯ ในขณะนั้น ได้แก่ คริสตจักรภาคที่ 1 เชียงใหม่ ? ลำพูน คริสตจักรภาคที่ 2 เชียงราย ? ลำปาง คริสตจักรภาคที่ 3 แพร่ ? น่าน คริสตจักรภาคที่ 4 กรุงเทพฯ ? พิษณุโลก คริสตจักรภาคที่ 5 นครปฐม ? ราชบุรี - เพชรบุรี คริสตจักรภาคที่ 6 นครศรีธรรมราช - ตรัง คริสตจักรภาคที่ 7 คริสตจักรจีน (ในเวลานั้น คริสตจักรไมตรีจิต ได้รวมอยู่ในภาคที่ 7 ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของคริสตจักรจีนทั่วประเทศ จากหลายคณะนิกาย เช่น คณะเพรสไบทีเรียน คณะแบ๊บติสท์ และคณะดีไซเปิลส์ เป็นต้น)
|
|||
| Last Updated ( Tuesday, 17 February 2009 21:20 ) |



