Saturday, September 04, 2010
พันธกิจสามัคคีธรรม PDF Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
About Maitrichit - Ministry
Wednesday, 25 March 2009 13:43
พันธกิจสามัคคีธรรม

คุณวีรวงศ์ วงศ์คงเดช และคุณวารินทร์ ควรทรงธรรม

? ? ? ? พันธกิจสามัคคีธรรมเป็นการที่คริสเตียนแสดงออกถึง ?ความรัก? รักกันและกัน แบ่งปันทุกข์สุข เยี่ยมเยียนหนุนใจกัน เติบโตด้วยกัน ร่วมรับใช้ด้วยกัน คริสตจักรจัดการสามัคคีธรรมตามเทศกาลโอกาสต่างๆ และตามวัย เช่น วัยอนุชน (ชอขิบ = วัย 9-12 ปี ตงขิบ = 13-16 ปี เกาขิบ = 17-20 ปี แชนี้ = 21-24 ปี) วัยผู้ใหญ่ (คาเลบ = 25-35 ปี โยชูวา = 36-60 ปี วัยพระพร บุรุษ สตรี)?

วัยอนุชน

? ? ? ? อนุชน? เป็นวัยที่มีกำลังมากมาย เป็นวัยแห่งการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ชอบทำในสิ่งที่ท้าทาย เป็นวัยแห่งการแสวงหาตนเอง? เลือกและตัดสินใจสำหรับตัวตนในอนาคต เรียนรู้ที่จะใช้พลังของตนตามทางต่างๆที่เลือกเดินไป? เป็นเรื่องจำเป็นที่อนุชนต้องการผู้ที่จะคอยดูแลให้คำแนะนำและ ช่วยเหลือให้สามารถใช้พลังของตัวเองได้อย่างเหมาะสม ถูกที่ ถูกเวลา และรู้จักเลือกทางเดินได้อย่างถูกต้องตามทางของพระเจ้า?
นอกจาก ผู้ปกครองซึ่งคอยทำหน้าที่หลักนี้แล้ว การสามัคคีธรรมของอนุชนในคริสตจักรก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยแนะนำอนุชนผ่านทาง การดำเนินชีวิตในแต่ละช่วงอายุ โดยมีธรรมชาติของแต่ละวัยที่พระเจ้าทรงสร้างไว้แตกต่างกัน ทั้งสรีระร่างกาย อารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด การแสดงออก แม้กระทั่ง ภาษาที่ใช้ ทั้งที่เป็นลูกครึ่งเหมือนๆกัน?
? ? ? ? ?
? ? ? สามัคคีธรรมของอนุชนในคริสตจักร แบ่งออกตามช่วงอายุ? ตั้งแต่น้องเล็ก (ชอขิบ) น้องสาม (ตงขิบ)? พี่รอง (เกาขิบ)? และพี่ใหญ่ (แชนี้)? สี่พี่น้องของคริสตจักร รวมตัวกันเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวขนาดใหญ่ในบ้านแห่งพระคริสต์ของไมตรีจิต? เปิดโอกาสให้เราดำเนินชีวิต ในโลกอันยุ่งเหยิงและเริ่มจะเพี้ยนๆ ใบนี้อย่างอบอุ่นใจมากขึ้น? ให้ชีวิตประจำวันของเราห้อมล้อมไปด้วยเพื่อนๆ รุ่นราวคราวเดียวกัน มีสี่พี่น้อง ที่แม้ว่าจะต่างแซ่? ต่างสำนักกัน แต่ก็ใช้ชีวิต? คิดและ ตัดสินใจ? ภายใต้พื้นฐานความเชื่อ และการทรงนำของพระเจ้าองค์เดียวกัน? เป็นสังคมที่คนรุ่นเดียวกันกับเรา ภายนอกคริสตจักร? ต้องลองผิดลองถูกแสวงหาชีวิตจาก ศูนย์การค้า โรงเรียน หรือ ในอินเตอร์เน็ต เพื่อจะนำมาเติมเต็มความต้องการของเขา? และก็ไม่อาจแน่ใจได้ว่าสิ่งที่ได้รับมาจะถูกต้อง ปลอดภัย และเติมชีวิตเขาให้เต็มได้จริงๆ
?
? ? ? น้องเล็กของเรา เริ่มอธิษฐานเผื่อทุกอย่างที่เขาต้องการ? ตั้งแต่ อากง อาม่า ป่าป๊า หม่าม้า? อาเฮีย? อาแจ้ เพื่อนที่โรงเรียน? สัตว์เลี้ยงที่บ้าน แมว หมา? ปลาทอง? เริ่มจากสิ่งที่ดูเหมือนเล็กน้อยที่สุดในสายตาของเรา ไปจนกระทั่งถึงสิ่งซึ่งใหญ่กว่าที่สายตาของเราจะมองได้ทั่วถึง อย่างรัฐบาล หรือประเทศชาติ? ไม่แน่นะพลังในการอธิษฐานด้วยความเชื่ออย่างเต็มเปี่ยมของเขา อาจจะมากที่สุดในบรรดาพวกเราสี่พี่น้องก็เป็นได้? ?

? ? ? น้องสาม? เรียนรู้ที่จะดูแลน้องเล็กที่อ่อนแอกว่า ทั้งในคริสตจักร และในค่ายอนุชน เริ่มมีความรับผิดชอบในการแบ่งงาน การรับใช้ซึ่งกันและกัน? มีวินัยในชีวิตส่วนตัว การติดสนิทกับพระเจ้า เริ่มเลือกคบเพื่อนในโรงเรียน ของประทานต่างๆ และพลังพิเศษในตัวเริ่มฉายแววให้เห็น? เริ่มที่จะหัดใช้พลังของตัวเองในการทำสิ่งใหม่ๆ? ซึ่งเราก็พบว่าแทบจะไม่มีอะไรที่เกินกว่าพลังของพวกเขาจะทำได้? ( อาจเรียกอีกอย่างว่า ?เอ็กซ์ (X) ขิบ?)? พลังในการฝัน และสร้างสรรค์ของน้องสามนับได้ว่าอยู่ในขั้นที่พี่น้องต้องขอแสดงความคารวะ เลยทีเดียว นับถือ นับถือ? ?

? ? ? พี่รอง? เป็นแบบอย่างแก่น้องๆ พลังที่มีมากขึ้นจากการสะสมพระวจนะคำในการเข้าเฝ้าพระเจ้าเป็นส่วนตัว มีความภาคภูมิใจในตัวเอง เชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองคิด และยึดมั่นในพระเจ้า เริ่มที่จะรับใช้ผู้อื่น สัตย์ซื่อ และถวายพระเกียรติพระเจ้า ทูลขอการทรงนำในการเรียน การสอบ และการเข้ามหาวิทยาลัย? ไม่ให้ใครมาหมิ่นประมาทความหนุ่มแน่นของลูกพระเจ้า? มีกำลังภายในเกินร้อยที่จะว่ายทวนกระแสค่านิยมและแฟชั่นในโลกต๊องๆ ของคนในรุ่นราวคราวเดียวกัน ที่บางครั้งต้องไปดูคอนเสิร์ตของนักร้องที่มาจากต่างประเทศ ทั้งๆ ที่บัตรราคาแพงแสนแพง? ร้องก็ร้องเหมือนกับในซีดี แถมตัวเองยังต้องแบมือขอเงินป่าป๊า หม่าม้าอยู่? แล้วพอผ่านไปหนึ่งเดือนก็จำอะไรไม่ได้ แล้วก็ไปดูคอนเสิร์ตของนักร้องคนอื่นต่อ

? ? ? พี่ใหญ่? เรียนรู้ที่จะเป็นผู้นำ รับใช้ผู้อื่น เป็นเกลือและแสงสว่างในสังคมที่ตนอยู่ ทั้งในสถานศึกษา และ สถานที่ทำงาน? ให้พระเจ้าทรงเป็นประธานในการเลือกอาชีพ? การเลือกเส้นทางการทำงาน จนกระทั่งการเลือกคู่ครองที่จะเป็นคู่พระพรในการสร้างครอบครัวของพระเจ้าใน อนาคต? ต้องใช้พลังขั้นสูงสุด เหมือนยานอวกาศที่จะหนีจากแรงดึงดูดของสังคมโลกในยุคสุดท้ายที่เต็มไปด้วย สิ่งยั่วยวนที่อยู่รอบด้าน เพื่อรักษาชีวิตของตนให้บริสุทธิ์ และเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า จนกว่าวันที่พระองค์จะเสด็จกลับมาอีกครั้ง

? ? ? เราไม่ได้ทำหน้าที่แทน? ป่าป๊า หม่าม้า? ในการสั่งสอนให้ลูกๆ จอมซนทั้งหลาย เดินในทางของพระเจ้า แต่สี่พี่น้องในคริสตจักรจีนแห่งนี้ เป็นส่วนสนับสนุนที่ช่วยให้ลูกหลานของคริสตจักรมีกำลังใจมากขึ้น มั่นใจมากขึ้นที่จะร่วมเดินในทางของพระเจ้าไปพร้อมกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ คริสเตียน? ตั้งแต่เริ่มการเชื่อฟัง และให้เกียรติ ป่าป๊า? หม่าม้า ในองค์พระผู้เป็นเจ้าตามพระบัญญัติข้อแรกที่มีพันธสัญญาไว้? การอธิษฐาน? การเข้าเฝ้าพระเจ้าเป็นส่วนตัว (เฝ้าเดี่ยว) การร้องเพลงสรรเสริญ? การศึกษาพระวจนะ ใช้พระคำของพระเจ้าเป็นโคมสำหรับการดำเนินชีวิต? ? ? ? และการนำข่าวประเสริฐของพระคริสต์ไปสู่คนที่ยังไม่รู้จักพระองค์? แจกใบปลิว? เป็นพยานส่วนตัว? การออกทีมประกาศพระกิตติคุณ? การรับใช้ร่วมกันกับมิชชันนารีของคริสตจักร ในมิชชั่นเทอมสั้น? ใช้ชีวิตโดยมีค่านิยมของคริสเตียนเป็นพื้นฐาน เพื่อถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าของเราในทุกๆทาง? ช่วงเวลา 16 ปี? กว่า 832 สัปดาห์ ที่เราใช้ชีวิตร่วมกันในบ้านหลังใหญ่นี้ กว่าน้องเล็กจะเติบโตไปเป็นพี่ใหญ่ เราได้ผ่านการสามัคคีธรรมมากมายที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้เราเติบโตขึ้นเป็นคริสเตียนที่พระเจ้าทรงพอพระทัย ซึ่งล้วนแต่เป็นประสบการณ์ที่ตีคุณค่าเป็นตัวเลขไม่ได้? และไม่เพียงแต่ตัวอนุชนเท่านั้น? บรรดาพี่เลี้ยงและศิษยาภิบาลผู้ดูแล ต่างก็ได้รับพระพรผ่านคำพยาน และการหนุนน้ำใจซึ่งกันและกันของอนุชนเช่นเดียวกัน? ? เป็นที่น่าชื่นใจว่าแม้บ้านของเราจะมีประวัติศาสตร์ผ่านมายาวนานถึง 170 ปี? แต่บ้านของเราไม่ได้ทรุดโทรมลงตามกาลเวลาที่ผ่านไป แต่กลับหยั่งรากลึกมากขึ้น? มั่นคงและแข็งแกร่งขึ้น เหมือนต้นไม้ใหญ่ที่ยิ่งอายุมาก? ยิ่งแข็งแรง ผลัดใบ แตกกิ่งก้านแผ่ขยายพระกิตติคุณของพระเจ้าต่อไป? ถ่ายทอดภาระหน้าที่ในการรับใช้ จากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง ตราบใดที่ยังไม่มีการโคลนนิ่งคณะมัคนายก และยังไม่มียาอายุวัฒนะให้คณะศิษยาภิบาล เราสี่พี่น้องจะต้องเติบโตขึ้นเป็นกำลังหลักของคริสตจักรต่อไปในอนาคต? แน่นอนว่าอนาคตของคริสตจักรจะไปทางไหน ก็ขึ้นอยู่กับว่าปัจจุบัน อนุชนของคริสตจักรของเราเดินอยู่ในทางใด? ประวัติศาสตร์ อาจจะสำคัญ แต่ก็เป็นอดีตที่ผ่านพ้นมาแล้ว อนาคตต่างหากที่กำลังจะมาถึงและจะเป็นสิ่งที่เราจะต้องเผชิญ?
? ? ?
? ? ? คริสตจักรทำตามพระวจนะที่ว่า ?จงฝึกเด็กในทางที่เขาควรจะเดินไป เพื่อเมื่อเขาโตขึ้น เขาจะได้ไม่พรากจากทางนั้น? (สุภาษิต 22.6)

วัยผู้ใหญ่

? ? ? ? ท่ามกลางโลกที่ผู้คนไขว่คว้าหาสิ่งเติมเต็มให้จิตใจ
? ? ? ? ...ผู้คนในวัยทำงานตื่นเต้น สดใหม่ พร้อมจะทดลอง และเผชิญความท้าทายทุกอย่าง และคิดว่าความสำเร็จ หน้าที่การงาน สังคมกว้างขวาง คือคำตอบของชีวิต
? ? ? ? ...เมื่อถึงวัยผู้ใหญ่ ตำแหน่งที่สูงขึ้น รายได้ที่มากขึ้น ชัยชนะต่อปัญหาที่รุมเร้า คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของครอบครัวเป็นราวกับทั้งหมดของชีวิตนี้
? ? ? ? ...ยามชีวิตถึงเวลาอัสดง เข้าสู่วัยเกษียณ การมีลูกหลานห้อมล้อม สุขภาพที่แข็งแรง การไม่เป็นคนไร้ค่า เป็นยอดปรารถนาของผู้อาวุโส

? ? ? ? ความหมายของชีวิตมีเพียงเท่านี้หรือ
? ? ? ? ผู้คนไขว่คว้าหาสิ่งเติมเต็มให้จิตใจ แต่...ที่คริสตจักรไมตรีจิต
? ? ? ? ...วัยคาเลบหนุ่มสาวเริ่มทำงาน ทุกๆ วารมีพระเจ้าทรงนำหน้า
? ? ? ? ...ไม่นานนักก้าวสู่โยชูวา? ? วัยผู้ใหญ่อยู่แนวหน้าการรับใช้
? ? ? ? ...วัยพระพรดังมณีของคริสตจักร ซึ้งพระคุณความรักอันยิ่งใหญ่
? ? ? ? กลุ่มบุรุษสตรีผู้สูงวัย ? ลูกหลานได้รับพระพรสืบทอดมา

? ? ? ? ขอบพระคุณพระเจ้าที่ข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูคริสต์มาถึงเมื่อ 170 ปีที่แล้ว ทำให้คนจีนในประเทศไทยได้รับชีวิตนิรันดร์ อีกทั้งชีวิตที่มีเป้าหมาย เต็มด้วยความหมายแท้จริง อันหมายถึงพระคุณ พระพร พระเมตตา การปลอบโยนจากพระเจ้าให้สามารถเผชิญกับทุกสถานการณ์ของชีวิต และพระพรเหล่านั้นก็ตกทอดถึงลูกหลานกระทั่งคริสตจักรยังคงอยู่จนเราได้เฉลิม ฉลองครบรอบ 170 ปี
? ? ? ? ดังนั้นเมื่อมองย้อนเวลาที่ผ่านมา สิ่งที่เราอยากจะกระทำที่สุดคือการขอบพระคุณ และสรรเสริญยกย่องพระเจ้า เราปรารถนาให้ทุกคนได้ใคร่ครวญถึงพระคุณของพระเจ้าที่มาถึงคริสตจักรไมตรี จิต และขอบพระคุณร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกคาเลบ โยชูวา บุรุษ และสตรี เชื่อแน่ว่าภาพเก่าๆ ในอดีตคงเกิดขึ้นในความคิดทำให้ปรารถนาจะกล่าวคำขอบคุณเหล่านี้ และมากมายกว่านี้
? ? ? ? ...ขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับสามัคคีธรรมของคณะคาเลบ โยชูวา บุรุษ และสตรีที่เริ่มต้นขึ้นและยังคงอยู่
? ? ? ? ...ขอบพระคุณพระเจ้าที่ทรงยอมรับเราอย่างที่เราเป็น และทรงให้โอกาสเราเสมอไม่ว่าเราจะเป็นใคร
? ? ? ? ...ขอบพระคุณพระเจ้าที่เราได้ก้าวสู่โลกของการทำงานอย่างมีเป้าหมาย และเรียนรู้ที่ถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า
? ? ? ? ...ขอบพระคุณพระเจ้าที่เราได้ทุ่มเทกำลังแรงกายของเราเพื่อการรับใช้แทนที่จะไขว่คว้าหาหยากเยื่อของชีวิต
? ? ? ? ...ขอบพระคุณพระเจ้าที่เราได้เกื้อหนุนค้ำจุน และหนุนน้ำใจกันในยามยากลำบาก
? ? ? ? ...ขอบพระคุณพระเจ้าที่แม้เราไม่อาจเปลี่ยนแปลงสังคมได้ แต่พระเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงเราทุกวัน ให้เราออกไปแตะต้องสังคม ให้สังคมหันมองเราและปรารถนาที่จะรับการเปลี่ยนแปลงจากพระองค์เช่นกัน
? ? ? ? ...ขอบพระคุณพระเจ้าที่พระคำของพระเจ้าที่ได้ศึกษาร่วมกัน ยังคงหวานกว่าน้ำผึ้งจากรวงเสมอ
? ? ? ? ...ขอบพระคุณพระเจ้าที่ให้เราได้เดินในทางของพระองค์ และให้ลูกหลานของเราได้มาถึงพระองค์ด้วย
? ? ? ? ...ขอบพระคุณพระเจ้าที่มีแบบอย่างของผู้อาวุโสที่รักพระเจ้า
? ? ? ? ...สรรเสริญพระเจ้าผู้ทรงสัตย์ซื่อไม่แปรเปลี่ยนตลอดวันเวลาชีวิตของเราและชีวิตของเพื่อนๆ ของเรา
? ? ? ? ...สรรเสริญพระเจ้าผู้ทรงสัพพัญญูและทรงทราบว่าอะไรเหมาะสมกับคริสตจักรของเรา
? ? ? ? ขอบพระคุณพระเจ้า...สรรเสริญพระเจ้า...ขอบพระคุณพระเจ้า....สรรเสริญพระเจ้า
? ? ? ? เมื่อมองไปในอนาคต...เราอธิษฐานวิงวอนให้ความหวังความฝันของเราสอดคล้องกับน้ำพระทัยของพระเจ้าเรื่อยไป
? ? ? ? คริสตจักรเชื่อตามพระวจนะที่ประยุกต์ดังนี้ว่า
? ? ? ? ?แน่ทีเดียวที่ความดีและความรักมั่นคง จะติดตามข้าพระองค์ทั้งหลาย (ไมตรีจิต) ไปตลอดวันคืนชีวิตของข้าพระองค์ทั้งหลาย และข้าพระองค์ทั้งหลายจะอยู่ในพระนิเวศของพระเจ้าสืบไปเป็นนิตย์ (ในโลกนี้จนถึงสวรรค์)? สดุดี 23:6